Search this blog


Home About Contact
สนับสนุนโดย อ.บุญญลักษม์ ผู้จัดทำ อนุชิต112 สิชล113 พงษ์พัฒน์122 เขตโสภณ138 ศุภสิน141 อังกฤษ167 พิชิต189
วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Area 51 มีจริงเปล่าหว้า ?  

ในโลกนี้มีอีกหลายแห่งในโลก ที่ยังเป็นสถานที่ลึกลับ แปลกประหลาด ยังเป็นที่พิสูจน์ไม่ได้อีกมากมายหลายแห่งเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถาน โบราณคดี ปิระมิด ซากสัตว์ต่าง ๆ แต่วันนี้เราจะมาพูดถึง สถานที่ ที่หนึ่งซึ่งเป็นสถานที่ ที่ลึกลับ ซึ่งเป็นที่เล่าขานในสหรัฐอเมริกาว่ามีสถานที่แห่งหนึ่ง ชื่อว่า "แอเรียที่ 51" (Area 51)เป็นฐานทัพลับของกองทัพอากาศสหรัฐ ซึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยวลึกเข้าไปในบริเวณต้องห้ามอันกว้างขวางของรัฐบาล ซึ่งตั้งอยู่ในทะเลทรายเนวาด้า ซึ่งหากคิดจะไปเข้าใกล้กันล่ะก็ ต้องใช้เวลาสัก 2 ชั่วโมงขับรถไปทางตะวันตกเฉียงหเนือของลาสเวกัส บริเวณที่เป็นที่รู้จักกันดี และมีข่าวลือเกี่ยวกับการทดลองของกองทัพสหรัฐนั้น ได้แก่ Groom Lake และ Papoose Lake ครับ
โดยว่ากันว่า แอเรีย 51 นี้ เป็นสถานที่ที่ใช้ฝึกและพัฒนาสำหรับโคงการลับที่สุดของทางทหาร โดยเฉพาะ เครื่องบินสอดแนมและเทคโนโลยีทางการบินที่แอบพัฒนากันอยู่ หรือได้มีการศึกษาในการศึกษาจานบินและมนุษย์ต่างดาวที่พวกเขาจับกุมกันมาได้ด้วยและก็ผ่าพิสูจน์มนุษย์ต่างดาวรวมไปถึงการถ่ายทำการขึ้นไปเหยียบดวงจันทน์ครั้งแรกของโลก โดยผู้ที่ขึ้นไปเหยียบดวงจันทน์คนแรกของโลก คือ นิว อาร์มสตรอง ทำให้ข่าวลือเกี่ยวกับแอเรีย 51 นี้เริ่มมีหนาหูขึ้น จนผู้คนเริ่มมีความสงสัยว่าจริง ๆ แล้ว มีอะไรที่ซ่อนอยู่ที่ฐานทัพแห่งนี้ มีคนจำนวนหนึ่งออกมารายงานว่า ได้เห็นวัตถุประหลาดลอยอยู่เหนือฐานทัพ
ซึ่งที่แห่งนี้มีการเล่าขานว่ากันมานานแล้วว่าเป็น ที่ ๆ ใช้ซ่อนจานบินและมนุษย์ต่างดาวซึ่งตกในรอสเวล (Roswell) และรัฐบาลสหรัฐได้ปกปิดเรื่องนี้อย่างสุดฤทธิ์แต่ดูเหมือนยิ่งปิดก็ยิ่งทำให้ผู้คนอยากรู้อยากเห็น โดยมีการอ้างถึงเรื่องราวต่าง ๆ ของผู้ที่เกี่ยวข้องและ ไม่เกี่ยวข้อง

ซึ่งทางการสหรัฐก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ออกมาโต้ข่าวว่า ผู้คนที่ได้เห็นจานบินนั้น ความจริงแล้วเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ได้มีการผลิตขึ้นมาเป็นรุ่นใหม่ ๆ ของกองทัพ ก่อนที่จะออกสู่สายตาสาธารณชน แต่ถ้าหากใครอยากจะมาดูจริง ๆ ละก็ลองขับรถมาประมาณ 130 ไมล์จากลาสเวกัส ขับตรงมาตรงจุดบอกหลักทางหลวงที่ 29.5 บนทางหลวงเนวาดาที่ 375 ที่นั้นจะมีตู้รับไปรษณีย์เล็ก ๆ ตู้หนึ่งตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว ซึ่งเดิมเป็นของพวกคนเลี้ยงวัวใช้กัน คุณสามารถใช้ตู้รับไปรษณีย์นี้เป็นจุดสังเกตเพื่อสอดส่องดูฐานทัพดังกล่าวได้ นักสังเกตการณ์ หลายคนเคยมาปักหลักดูสิ่งลึกลับกันอยู่เรื่อย ๆ แม้ว่าพวกคนเลี้ยงวัวแถวนั้นจะบอกว่าไม่เคยเห็นอะไรเลยก็ตาม
และยังมีอีกจุดที่น่าจะพอเฝ้าดูได้บ้างห่าง ๆ คือบริเวณยอดเขาติคาบู (Tikaboo Peak) จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหากมีผู้คนเข้าไปในเขตห่วงห้ามของ Area 51 แน่นอนที่จะต้องมีพวกกองกำลังรักษาความปลอดภัยคอยลาดตะเวนอยู่ โดยพวกเขาจะสวมชุดทหารพราน แต่จะไม่ติดเครื่องหมายแสดงยศแต่อย่างใด และจะขับรถจี๊ปเชโรกีสีขาว พร้อมแผ่นประกาศของรัฐบาล ผู้ละเมิดจะถูกจับกุมทันที่ พร้อมถูกปรับอย่างน้อย 600 เหรียญ หรือถ้าเป็นเงินไทยก็น่าจะประมาณสองหมื่นบาท

จนบัดนี้รัฐบาลก็ยังปิดปากเงียบว่าสถานที่นี้ใช้ประโยชน์ในเรื่องใดกันแน่

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2553

วิสต้าไม่ยอมรับ AVG  

วิสต้าไม่ยอมรับ AVG


เพื่อนเพิ่งได้โน้ตบุ๊กเครื่องใหม่มาจากงานคอมมาร์ต ซึ่งระบบปฏิบัติการที่ใช้เป็น Vista Home Premium หลังจากเห่อเครื่องได้อยู่สัปดาห์หนึ่งเห็นจะได้ เจ้าเพื่อนคนนี้ก็โทรมาหานายเกาเหลาบ่นกระปอดกระแปดว่า เจ้า Vista ไม่ยอมรับซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสแจกฟรียอดฮิตที่มีชื่อว่า AVG โดย Windows Security Centre ไม่รู้จักมัน หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ระบบปฏิบัติการไม่พบว่า มีซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสตัวนี้อยู่ในเครื่องนั่นเอง เจ้าเพื่อนคนนี้ไม่ยอมแพ้ เขาพยายามถอดถอน และติดตั้งโปรแกรมเข้าไปใหม่หลายครั้ง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ไม่แตกต่างจากเดิมเลย เหมือนเอาหัวชนฝาไม่มีผิด อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้แก้ได้ครับ


ข้อเท็จจริงประการแรกที่เพื่อนๆ ควรจะทราบก็คือ มันไม่ได้มีปัญหาการทำงานที่เข้ากันไม่ได้ (Compatibility problem) ระหว่าง Vista กับ AVG แต่อย่างใด พอได้ยินคำถาม นายเกาเหลาก็เลยงงๆ อยู่เหมือนกัน เพราะใช้อยู่ก็ไม่พบปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม มันมีความเป็นไปได้เหมือนกันที่จะประสบปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้ ซึ่งเราก็ต้องพุ่งเข้าไปที่ปัญหาเพื่อมองหาความเป็นไปได้สำหรับการแก้ไข


ขั้นแรก เพื่อนของนายเกาเหลาคนนี้ อาจจะยังไม่ได้อัพเดตวิสต้าให้เรียบร้อย ซึ่งในที่นี้นายเกาเหลาไม่ได้ หมายถึง อัพเดตแพตช์สำหรับปัญหาร้ายแรงต่างๆ โดยจะต้องเข้าไปที่ Windows Update Centre และดาวน์โหลดแพตช์ทุกตัวที่ไมโครซอฟท์ออกมา เพื่ออัพเดตระบบปฏิบัติการหลังจากอัพเดตแล้ว ถ้ายังคงใช้ไม่ได้อีก นายเกาเหลาก็แนะนำไปว่า ให้ลองลงทะเบียนซอฟต์แวร์ AVG กับ Vista อีกครั้งหนึ่ง


โดยขั้นตอนการลงทะเบียนซอฟต์แวร์เข้าไปในระบบปฏิบัติการสามารถทำได้โดยคลิ้กปุ่ม Start เลือก Programs ตามด้วย Accessories คลิ้กขวาบนไอคอน Command Prompt เลือกคำสั่ง Run as Administrator หน้าต่างคล้ายๆ DOS จะเปิดขึ้นมา พิมพ์คำสั่ง winmgmt /verifyrepository ถ้าระบบแจ้งว่า WMI repository is not consistent ให้ใช้คำสั่ง winmgmt /salvagerepository หลังจากนี้ระบบจะชัตดาวน์ และรีสตาร์ทเซอร์วิสต่างๆ ของ Vista ขึ้นมาใหม่ อาจใช้เวลาในการบู๊ตเพิ่มขึ้นบ้างเพียงเล็กน้อย ซึ่งหลังจากบูตขึ้นมาแล้วมันอาจจะยังไม่เวิร์กในตอนแรก ให้ลองทำซ้ำอีกครั้ง การแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ค่อนข้างยุ่งยากสักนิดหนึ่ง แต่มันเป็นวิธีที่น่าลองครับ



[เด็กเมืองช้าง] 141

คำถามยอดฮิตเร่งสปีดบรอดแบนด์  

คำถามยอดฮิตเร่งสปีดบรอดแบนด์

คงเป็นเพราะกระแสของผู้ใช้ไฮสปีดอินเทอร์เน็ตที่พุ่งทะลุเพดานอยู่ทุกวันนี้ นายเกาเหลาได้ยินคำถามจากผู้ใช้อยู่เป็นประจำ เกี่ยวกับเทคนิคในการเพิ่มความเร็ว ให้กับการเชื่อมต่อบรอดแบนด์บนระบบปฏิบัติการ Windows XP Pro โดยเฉพาะปี 2007 หลายค่ายเตรียมเพิ่มยอดผู้ใช้กันอย่างเต็มที่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้อ่านที่เคารพ ขออนุญาตินำคำถามยอดฮิตนี้มาเฉลยกันอีกครั้งว่าทำอย่างไร

ปกติที่ดีฟอลต์ ระบบปฏิบัติการ Windows XP Pro จะมีการสำรองแบนด์วิดธ์ของผู้ใช้ไว้ด้วยส่วนหนึ่ง แต่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงค่าดังกล่าว เพื่อใช้แบนด์วิดธ์ส่วนนี้ได้อย่างง่ายดาย ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยครับ

1. คลิ้กปุ่ม Start เลือกคำสั่ง Run พิมพ์ gpedit.msc

2. แล้วคลิ้กปุ่ม OK ไดอะล็อกบ็อกซ์ Group Policy

3. จะพบรายการ Local Computer Policy คลิ้กเครื่องหมายบวกที่อยู่หน้ารายการ เพื่อเปิดเซกชัน Administrative Templates

4. จากนั้น คลิ้กเครื่องหมายบวกหน้ารายการ Network

5. คลิ้กเลือกรายการ QoS Packet Scheduler ในกล่องด้านขวา

6. ดับเบิ้ลคลิ้กรายการLimit Reservable Bandwidth เลือกEnabled เปลี่ยนค่า Bandwidth limit เป็น 0%

7. คลิ้ก Apply ตามด้วยปุ่ม OK

8. รีสตาร์ตเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณแล้วลองสัมผัสประสบการณ์ความเร็วในการท่องเน็ตไฮสปีดที่เพิ่มขึ้นด้วยตาของคุณเองครับ


[เด็กเมืองช้าง] 141

วิธีการโจมตีของแฮกเกอร์มีอะไรบ้าง  

วิธีการโจมตีของแฮกเกอร์มีอะไรบ้าง


ปัจจุบันอินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรามากขึ้นทุกวัน เราสามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้จากทุก ๆ สถานที่เพื่อทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง แม้จะได้รับความสะดวกสบาย แต่ก็ต้องเสี่ยงกับการเปิดเผยข้อมูลสำคัญออกไป โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ และอาจไม่รู้ตัว วันนี้ผมมีตัวอย่างการโจมตีเครื่องของคุณ ผ่านระบบเครือข่ายแบบต่าง ๆ และการหลีกเลี่ยงการถูกโจมตี

- Packet Sniffers
คือการที่แฮกเกอร์ใช้กับดักจับแพ็กเก็ตที่วิ่งอยู่ในเครือข่ายเพื่อดักข้อมูลสำคัญ เช่นพาสส์เวิร์ค รหัสบัตรเครดิตเป็นต้น การหลีกเลี่ยงการโดนดักข้อมูลทำได้หลายวิธี เช่นเพิ่ม Authentication ให้มากขึ้นใช้เครื่องมือต่าง ๆ ทั้งที่เป็นฮาร์ดแวร์ และซอฟท์แวร์ช่วยป้องกันใช้เข้ารหัส (Cryptography)

- IP Spoofing
เป็นวิธีการที่แฮกเกอร์จะปลอมตัวเสมือนว่าเป็นผู้ใช้งานปกติแล้วตั้งเครือข่ายเพื่อเป็นฐานในการโจมตีแบบอื่น ๆ ต่อไป วิธีหลีกเลี่ยงคือต้องกำหนด Access Control ให้รัดกุมขึ้นก็จะช่วยได้

- Denial-of-Service (Dos)
ถือได้ว่าเป็นการโจมตีที่คลาสสิคที่สุด เนื่องจากความง่ายในการโจมตี ความเสียหายที่รุนแรง มีหลายวิธีมากเช่น Ping of Death , TCP SYN Flood ,TFN,Trinoo,Trinoo,Trinty ,Stacheldraht ซึ่งลักษณะการโจมตีแบบ Dos นั้นไม่ได้มุ่งหวังที่จะเจอะระบบเพื่อขโมยข้อมุล แต่มุ่งหวังจะทำให้บริการใด ๆ ที่อยู่ในเครือข่ายนั้น ๆ ไม่สามารถให้บริการได้ต่อไป ซึ่งสามารถทำได้ โดยการเรียกใช้ทรัพยากรของเซิร์ฟเวอร์นั้นให้หมดไป ก็จะสร้างผลกระทบต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เราสามารถลดโอกาสการโจมตีแบบนี้ได้ด้วยการตั้งค่าไฟร์วอลล์

- Brute-Force Attack เ
ป็นวิธีที่แฮกเกอร์ใช้ซอฟต์แวร์ทำการสุ่มหาพาสส์เวิร์ดของผู้ใช้ และเข้าไปสร้าง Back Door เอาไว้เพื่อเจอะระบบในครั้งต่อไป วิธีการป้องกันทำได้โดยการตั้ง พาสส์เวิร์ดให้ยากต่อการคาดเดา และหมั่นเปลี่ยน พาสส์เวิร์ด บ่อย ๆ

- การโจมตีแบบอื่น ๆ
นอกจากนี้ยังมีการโจมตีในระดับแอพลิเคชั่น ซึ่งเป็นการหาช่องโหว่ของ แอพลิเคชั่นนั้น ๆ เพื่อเข้าโจมตีระบบ วิธีแก้ไขคือหมั่นติดตั้ง Patch ให้กับแอพลิเคชั่นอย่างสม่ำเสมอ ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นแค่ตัวอย่างบางส่วนหากต้องการความปลอดภัยจริง ๆ ก็คงจะต้องร่วมมือร่วมใจป้องกันอย่างต่อเนื่อง และหลีกเลี่ยงความเสียหายอยู่ตลอดเวลา เพียงเท่านี้คุณก็ย่อมสบายใจได้มากกว่าเดิมหลายเท่าแล้ว


[เด็กเมืองช้าง] 141

สารพัด Save Mode ของโปรแกรม Windows XP  

สารพัด Save Mode ของโปรแกรม Windows XP


Save Mode เป็นวิธีแก้ปัญหาของวินโดวส์ ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งเป็นการเรียกใช้วินโดวส์ ขึ้นมาใช้งานแบบน้อยที่สุดแล้วสามารถเข้าไปตรวจสอบ และแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดที่ทำให้ระบบไม่ทำงาน

สำหรับ Save Mode ในเวอร์ชันก่อน ๆ แทบหาความแตกต่างกันไม่ได้ แต่สำหรับ Windows XP แล้วต่างกันราวกับฟ้ากับดิน ลองมาทำความรู้จักกับ Save Mode ก่อนทำงานจริง


การเข้า Save Mode ให้กดปุ่ม F8 ที่คีย์บอร์ดค้างไว้ขณะที่เครื่องกำลังเข้าสู่โปรแกรม Windows XP
1. Save Modeเข้าสู่แบบปกติที่เหมือนกับเวอร์ชันรุ่นเดิม ๆ

2. Save Mode with Networkingเข้าสู่รูปแบบปกติ แต่สามารถเข้าถึงระบบเครือข่ายได้

3. Save Mode with Command Promptเข้าสู่ลักษณะคำสั่ง Dos

4. Enable Boot Loggingเข้าสู่ลักษณะการเก็บข้อมูลขั้นตอนการบู๊ตเข้าระบบลงสู่ไฟล์เอกสาร

5. Enable VGA Modeเข้าสู่ลักษณะที่มีปัญหาเกี่ยวกับการ์ดจอ หรือมีปัญหากับจอภาพตัวใหม่

6. Last Know Good Configurationคล้ายกับ System Restore ย้อนกลับไปหน้าที่มีการจัดระบบที่ดีก่อนหน้านี้

7. Debugging Mode เข้าสู่การแก้ไขปัญหาในระบบขั้นสูง

8. Start Windows Normallyสตาร์ทเข้า Windows XP ในหน้าปกติ9. Return OS Choices Menuเข้าสู่ลักษณะเครื่องที่มีหลายระบบปฎิบัติการ


[เด็กเมืองช้าง] 141

วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553

ระบบปฏิบัติการ widow 95 คืออะไร ?  


รูปแสดง หน้าจอของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 95

ระบบปฏิบัติการ widow 95 คืออะไร ?
ระบบปฏิบัติการ window 95 เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้ในการจัดการและควบคุมการทำงานต่าง ๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น การัดการเกี่ยวกับการแสดงบนจอภาพ รับข้อมูลทางแป้นพิมพ์หรือเมาส์ การจัดการเกี่ยวกับแฟ้มข้อมูล การพิมพ์แฟ้มข้อมูล การทำสำเนาแฟ้มข้อมูล การเปลี่ยนชื่อแฟ้มข้อมูล การเก็บแฟ้มข้อมูล การติดตั้งโปรแกรม เป็นต้น
การทำงานของวินโดวส์จะแสดงโดยใช้รูปภาพเล็ก ๆ หรือที่เราเรียกว่า ไอคอน (icon) สื่อความหมายตามคำสั่งของโปรแกรม ซึ่งจะทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น โปรแกรมวินโดวส์นี้ จะจำลองการทำงานบนจอภาพให้มีลักษณะเหมือนกับโต๊ะทำงาน คือ มีปฏิทินตั้งโต๊ะ นาฬิกา เครื่องคิดเลข หรืออาจมีเอกสารวางซ้อนทับกัน โดยโปรแกรมจะกำหนดให้อุปกรณ์แต่ละชิ้นมีกรอบสี่เหลี่ยมล้อมรอบ และกรอบที่ว่าเรียกว่า หน้าต่าง สามารถเปิด-ปิด และยังสามารถเปิดงานขึ้นทำงานในขณะเดียวกันได้มากกว่า 1 งาน เรียกว่า ระบบหลายภารกิจ (multitasking)
คุณสมบัติของวินโดวส์ 95

หน้าต่างของ วินโดวส์ 95 ได้ปรับปรุงให้อยู่ในรูปแบบที่ผู้ใช้สามารถติดต่อใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ง่าย (new user interface) ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น
วินโดวส์ 95 จะทำการตรวจสอบอุปกรณ์ที่ติดตั้งใหม่และทำการกำหนดข้อมูลในระบบให้อย่างอัตโนมัติ (plug and play)
วินโดวส์ 95 สนับสนุนการทำงานแบบสื่อประสม โดยมีดปรแกรมจัดการเกี่ยวกับเรื่องวีดีทัศน์ (video for windows) และแฟ้มข้อมูลในแผ่นซีดี (CD-ROM file system)
วินโดวส์ 95 มีระบบการด้านการติดตั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ที่ไม่ยุ่งยาก ระบบสนับสนุนการเชื่อมต่อสถานีปลายทางไปยังเครือข่ายต่าง ๆ รวมทั้งสามารถต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตได้ด้วย


By ZaKeI2oS 113

กฎหมายไอที รู้ไว้ห่างไกลคุก!  

ปัจจุบัน เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตและสารทนเทศ (ไอที) ได้เข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ทั้งด้านการค้า การศึกษา การติดต่อสื่อสาร

ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตนั้นมีมากมหาศาล แต่ขณะเดียวกันก็มีโทษอนันต์ถ้าใช้ผิดวิธี วันนี้ รวบรวมคำถาม-ไขข้องใจปัญหาข้อกฎหมายที่พบบ่อยว่า การใช้อินเตอร์เน็ตในทางที่ผิดรูปแบบไหน ทำให้ต้องเสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง!


การใช้ "ชื่อ" และ "นามแฝง"

โลกอินเตอร์เน็ตเปิดช่องให้ผู้ใช้สามารถตั้งชื่อปลอม นามแฝง โกหกสถานะและอายุได้อย่างง่ายดาย
ในกรณีที่ใช้ "นามแฝง" ที่ตั้งขึ้นมาเองหรือไม่เกี่ยวข้องกับผู้ใดและไม่ได้เข้าไปเขียนข้อความให้ร้ายผู้อื่นคงไม่มีปัญหา
แต่ถ้านำชื่อของบุคคลอื่นมาใช้โดยเจ้าตัวไม่ได้รับรู้ จนทำให้เกิดความเสียหายจะต้องรับผิด อาจถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้



การพนันออนไลน์

ตามกฎหมายแบ่งแยกการพนันออกเป็น 2 ประเภท โดยแยกออกเป็น บัญชี ก. และ บัญชี ข.

กลุ่มที่อยู่ในบัญชี ก. กฎหมายห้ามเล่นโดยเด็ดขาด อาทิ พวกหวย ก.ข. ไฮโล ไพ่ต่างๆ ส่วนประเภทสองที่อยู่ในบัญชี ข. เล่นได้แต่ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อน

เว็บไซต์เกี่ยวกับการพนันออนไลน์มีนับไม่ถ้วน ส่วนใหญ่จะเป็นไพ่ต่างๆ และสล็อตแมชชีน ซึ่งถือเป็นการพนันตามบัญชี ก. ผู้ฝ่าฝืนก็มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 3 ปี อย่างไรก็ตาม การเล่นพนันออนไลน์ในขณะนี้ติดตามจับกุมยากและไม่คุ้มกับทรัพยากรของภาครัฐ จึงยังไม่ค่อยเห็นการดำเนินคดีอย่างจริงจัง

ความผิดของ เว็บมาสเตอร์

เว็บมาสเตอร์ คือคำเรียกขานผู้ดูแลเว็บไซต์ต่างๆ ในกรณีมีนักท่องเน็ตเข้ามาเขียนกระทู้ โพสต์ข้อความ หรือโพสต์รูปที่ทำให้บุคคลอื่นเสียหาย รวมทั้งโพสต์ภาพอนาจาร หรือเขียนเนื้อหาพาดพิงสถาบัน ตัวนักท่องเน็ตคนนั้นถือว่ากำลังทำความผิดทางอาญา

ส่วนเว็บมาสเตอร์ ถ้าสืบสวนพบว่า เห็นข้อมูลที่สร้างปัญหา แต่ปล่อยปละละเลยไม่สนใจลบข้อความทิ้งหรือแก้ไขข้อความก็อาจถูกฟ้องร้องฐานร่วมกระทำความผิดด้วย เช่น เรียกค่าเสียหายทางแพ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าในเว็บไซต์ดังกล่าวไม่มีมาตรการป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย โอกาสต้องรับโทษจะยิ่งสูงขึ้น



ลิงก์-ไฮเปอร์ลิงก์ ละเมิดลิขสิทธิ์

โลกอินเตอร์เน็ตเปิดโอกาสให้แต่ละเว็บไซต์เชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้อย่างสะดวกง่ายดาย ผ่านระบบที่เรียกว่า "ไฮเปอร์ลิงก์" หรือ "ลิงก์"

ปัญหาอาจเกิดขึ้นได้ ถ้าไปเอาข้อมูลจากเว็บไซต์อื่นๆ มาเผยแพร่ แม้จะทำลิงก์เชื่อมโยงที่มาเอาไว้ แต่ถ้าไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของเว็บปลายทางโดยตรงก็อาจมีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือทำซ้ำงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่น

ในสหรัฐอเมริกามีข้อถกเถียงกันในประเด็นนี้อย่างแพร่หลายถ้าจะเอาเว็บไซต์ของคนอื่นมาลิงก์เข้ากับเว็บไซต์ของเราจะต้องไปขออนุญาตหรือไม่ ในประเทศไทยปัญหานี้ยังไม่เคยเกิดขึ้น แต่อนาคตอาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้น ก่อนจะนำเว็บของคนอื่นมาลิงก์เข้ากับเว็บของเราควรขออนุญาตให้เรียบร้อยก่อน



การดาวน์โหลดเพลง

เพลง ถือเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ที่ใครจะไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของไม่ได้

การอัพโหลดไฟล์เพลงขึ้นไปอยู่ในโลกอินเตอร์เน็ตถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์เช่นกัน ยิ่งถ้าทำเพื่อการค้าโดยเก็บเงินจากคนที่ดาวน์โหลดเพลงนับเป็นความผิดคดีอาญา

สำหรับคนที่ดาวน์โหลดมาฟังเฉยๆ ถือเป็นการทำซ้ำ แต่พอมีช่องทางทางกฎหมายที่จะอ้างได้ว่าไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะถือเป็นการทำซ้ำมาเพื่อใช้ประโยชน์เอง และการดาวน์โหลดมาฟังยังพอมีช่องทางต่อสู้คดีได้ว่าไม่ได้เป็นอุปสรรคกับการใช้ประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ของเจ้าของลิขสิทธิ์ เพราะไม่ได้เอาไปขาย



การซื้อโปรแกรมลิขสิทธิ์มาก๊อบปี้แจกผู้อื่น

เนื่องจากโปรแกรมลิขสิทธิ์ หรือโปรแกรมถูกกฎหมายมีราคาแพงมาก ทำให้ธุรกิจโปรแกรมเถื่อนละเมิดลิขสิทธิ์เฟื่องฟูยิ่งกว่าดอกเห็ด

อย่างไรก็ตาม แม้เราจะซื้อโปรแกรมลิขสิทธิ์มาใช้ แต่ถ้านำโปรแกรมนั้นไปแจกให้เพื่อนฝูงก๊อบปี้ หรือทำสำเนาไปใช้ต่อ ถือว่ามีความผิดฐาน "ทำซ้ำ" ซึ่งเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ แม้กฎหมายจะมีข้อยกเว้นให้การทำสำเนาโดยเจ้าของโปรแกรมมีลิขสิทธิ์ ทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่ไม่ใช่การยกเว้นโดยไม่มีขอบเขต เพราะกฎหมายจำกัดจำนวนสำเนาว่าให้มีจำนวนตามสมควร เพื่อวัตถุประสงค์ในการบำรุงรักษาหรือป้องกันการสูญหาย



อีเมล์ขยะ (สแปมมิ่ง)

ใครที่ใช้ อีเมล์ ทุกวันร้อยทั้งร้อยคงรู้สึกเบื่อหน่ายกับ อีเมล์โฆษณาขยะ ทั้งหลายที่ส่งมาได้ทุกวัน วันละหลายๆ ฉบับ ทั้งน่าเบื่อ น่ารำคาญ และเสียเวลาอ่าน

เจ้าของสินค้าหรือผู้ส่งอีเมล์ขยะเหล่านี้ได้ข้อมูลที่อยู่อีเมล์ของเราผ่านวิธีการหลากหลายรูปแบบ เช่น ฝังโปรแกรม "คุกกี้" เอาไว้ตามเว็บไซต์ที่เราเข้าไปดู จากนั้นก็ส่งคุกกี้เข้ามาคอยสอดส่องเก็บข้อมูลการใช้คอมพิวเตอร์และอีเมล์ของเรา เพื่อส่งอีเมล์ขยะมาหา

ในสหรัฐ ปัญหาอีเมล์ขยะทำให้มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตไปร้องเรียนกับหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้เร่งออกมาตรการควบคุม และเคยเกิดคดีดังขึ้นคดีหนึ่ง หลังจากบริษัท "เอโอแอล" ไอเอสพีหรือผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ลงมือฟ้องร้องบริษัทไซเบอร์โปรโมชั่น ฐานส่งอีเมล์โฆษณาขยะไปยังอีเมล์ของลูกค้าเอโอแอล นอกจากนั้น ยังมีอีกคดีที่ไอเอสพีฟ้องผู้ส่งอีเมล์ขยะฐานะ "บุกรุก" คอมพิวเตอร์ลูกค้า

ส่วนในไทยอาจเข้าข่ายผิดมาตรา 10 ในกฎหมายคอมพิวเตอร์ 2550 ที่ระบุว่า ผู้ใดกระทำการโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

รู้จักกับ Blue Screen of Death  

"จอฟ้ามรณะ" "มฤตยูจอฟ้า" หรือ "จอฟ้าแห่งความตาย" ไม่ว่าใครจะเรียกอะไรก็แล้วแต่ Blue Screen of Death คือสิ่งที่ผู้ใช้พีซีไม่อยากเจอะเจอมากที่สุด เพราะถ้ามันปรากฏขึ้นเมื่อใด ย่อมหมายถึงได้เวลาที่คุณต้องล้างระบบ ติดตั้งวินโดวส์ใหม่กันแล้ว แต่ในความเป็นจริง จอฟ้ามรณะนี่มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ?
Blue Screen of Death คืออะไร?
เชื่อแน่ๆ ว่าผู้ใช้พีซีไม่ว่าจะมือใหม่หรือมือเก๋า น่าจะเจออาการแบบรูปที่ 1 กันบ้าง ไม่มากก็น้อย

แต่ปฏิกิริยาที่เจออาจจะแตกต่างกัน ถ้าเป็นมือเก๋า ก็แค่ร้อง "ว้าเว้ย!!" แล้วก็หาทางแก้กันไป หน้าจอเดียวกันนี้ ถ้าเป็นมือใหม่หัดใช้คอมพ์ อาจถึงกับลนลานรีบต่อสายตรงที่ช่างซ่อมคอมพ์ทันทีเลยทีเดียว แต่ช้าก่อนครับ!!?? ถ้าคุณได้อ่านบทความเรื่องนี้ อาจช่วยลดอาการลนลานได้บ้าง และถ้าคุณร้าสาเหตุที่มาที่ไปของอาการนี้คุณอาจช่วยเหลือตัวเองได้บ้างโดยไม่ต้องง้อช่างเลย
ทีนี้มาถึงคำตอบของคำถามที่ผมตั้งเป็นหัวข้อไว้ Blue Screen of Death ( ต่อไปขอย่อว่า BOD นะครับ) อธิบายง่ายๆ ก็คือ หน้าจอที่แสดงอาการผิดปกติของวินโดวส์ ซึ่งอาการที่เกิดได้ก็มาจากหลายๆ สาเหตุ ทั้งเกิดจากซอฟต์แวร์ก็ได้ หรือฮาร์ดแวร์ก็ได้ หรือเกิดพร้อมๆ กันเลยก็มี เหตุที่ตั้งชื่อให้มันน่ากลัวขนาดนั้น ก็เพราะถ้าหน้าจอสีฟ้านี้แสดงขึ้นมา มันหมายความว่าอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น ค่อนข้างหนักหนาจนวินโดวส์ไม่สามารถทำงานต่อไปได้ นอกจากรีเซ็ตเครื่องเพียงอย่างเดียว

ในบางกรณี การรีเซ็ตเครื่องหลังจากขึ้นบลูสกรีน ก็สามารถใช้งานเครื่องพีซีต่อได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าปัญหาจะหมดไป วันดีคืนดี หน้าจอมรณะก็อาจจะกลับมาหลอกหลอนได้อีก เพราะสาเหตุของปัญหายังไม่ได้ถูกขจัด ถามว่าทำไมบลูสกรีนอยู่ๆ ก็เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ทั้งๆทีใช้งานมาตั้งนานยังไม่เคยมีปัญหาแบบนี้? คำตอบของปัญหานี้จะไปโทษระบบปฏิบัติการเพียงอย่างเดียวก็คงจะไม่ได้ อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่าการทำงานของเครื่องพีซีต้องประกอบไปด้วยฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เป็นหลัก ฮาร์ดแวร์ถ้าไม่ซอฟต์แวร์ควบคุมจัดการก็ไม่ต่างอะไรกับเศษเหล็ก ในทางกลับกันถ้าซอฟต์แวร์ไม่มีอะไรให้จัดการก็ไม่ต่างอะไรจากโค้ดดิ้งไร้สาระหลายหมื่นบรรทัด และในเมื่อทั้งสองอย่างต้องทำงานร่วมกัน ความเข้ากันได้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

มาถึงตรงนี้อาจจะเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมหน้าจอมรณะถึงพบบ่อยได้นักในระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ทุกยุค ทุกสมัย นั่นก็เพราะ วินโดวส์เป็นระบบปฏิบัติการที่จำเป็นต้องออกแบบให้ใช้กับเครื่องพีซีและอุปกรณ์ รอบข้างให้ได้หลากหลายที่สุดเท่าที่จะทำได้ แตกต่างจากระบบยูนิกซ์หรือ แมคโอเอส ที่ออกแบบมาเพื่อเครื่องยูนิกซ์หรือแอปเปิ้ลเพียงอย่างเดียว ลองนึกดูง่ายๆ แค่เมนบอร์ดที่ใช้กับเครื่องพีซีก็มีกี่ยี่ห้อ กี่รุ่น เข้าไปแล้ว ยังไม่นับกราฟิกการ์ด ซาวด์การ์ด โมเด็ม ฯลฯ และอีกสารพัดอุปกรณ์ที่ต้องนำมาเชื่อมต่อ ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ถ้าเกิดปัญหาเรื่องความไม่เข้ากันเมื่อไหร่จอฟ้ามรณะก็บังเกิดขึ้นครับ

ความจริงวินโดวส์เองก็มีข้อบังคับเรื่องของฮาร์ดแวร์คอมแพตทิเบิลอยู่ รายระเอียดของเรื่องนี้อยู่ที่ http://www.microsoft.com/resources/documentation/windows/xp/all/proddocs/en-us/hsc_compat_overview.mspx ซึ่งอุปกรณ์แต่ละชิ้นถ้าผ่านการรับรองจากไมโครซอฟต์แล้ว จะมีโลโก้แสดงว่าวินโดวส์ คอมแพตทิเบิลอยู่ แต่สมัยนี้อุปกรณ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย บางตัวก็ติดโลโก้วินโดวส์คอมแพตทิเบิลมาด้วย แต่ผู้ใช้ก็ไม่มีทางรู้ว่าจริงหรือไม่ ยังไม่นับซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่ร้อยพ่อพันแม่พัฒนากันออกมา ดังนั้นในความเป็นจริง ผู้ใช้จึงไม่สามารถใช้อุปกรณ์ที่เป็นคอมแพตทิเบิลร่วมกันได้ทั้งหมดได้

ที่เล่ามาทั้งหมด ขอออกตัวว่าผมไม่ได้แก้ต่างให้ไมโครซอฟท์แต่อย่างใด แค่อยากจะชี้ให้เห็นถึงสาเหตุของปัญหาบลูสกรีนที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องบอกล่วงหน้า ตราบใดที่เรายังใช้วินโดวส์ที่ยังคงรันอยู่พีซีที่ภายในมีอุปกรณ์ติดตั้งไม่ซ้ำยี่ห้อกันเลยแม้แต่ยี่ห้อเดียว

ในวินโดวส์ NT, 2000 และ XP นั้น BOD ที่เกิดขึ้น มักเกิดมาจากเคอร์แนลหรือไดรเวอร์ ที่เกิดทำงานผิดพลาดโดยที่ไม่สามารถจะคืนสภาพการทำงานให้กลับมาเหมือนเดิมได้ เช่น ไดรเวอร์ส่งค่าบางอย่างที่ไม่ถูกต้องไปยังกระบวนการอื่นๆ ทำให่ตัวระบบปฏิบัติการทำงานผิดพลาด วิธีเดียวที่ผู้ใช้จะแก้ไขได้ คือ รีบูตเครื่องคอมพิวเตอร์
ซึ่งนั่นหมายความว่า ข้อมูลหรืองานที่คุณกำลังทำอยู่มีโอกาสที่จะหายไปด้วยเพราะวินโดวส์ไม่ได้ถูกสั่งปิดแบบปกติ
การพิจารณาแก้ปัญหา BOD ดูได้จากข้อความที่แสดงและเออเรอร์โค้ด บางปัญหาวินโดวส์จะแสดงข้อความที่เป็นสาเหตุอย่างชัดเจน แต่บางปัญหาก็ไม่สามารถอาศัยข้อความที่แสดงเพียงอย่างเดียว ต้องนำเอาเออเรอร์โค้ดมาร่วมพิจารณาด้วย ตำแหน่งของข้อความและเออเรอร์โค้ด



Only1wOrd 112

ทำไมต้องเรียนรู้เรื่องซ่อมคอมฯ  

เครื่องเสียบู๊ตไม่ขึ้น อุปกรณ์เจ๊ง ฮาร์ดดิสก์พัง ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้ดูจะเรื่องปกติ ที่ผู้ใช้คอมฯ ทุกท่านจะต้องเจออย่างแน่นอน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ถ้าจะให้ทุกคนลุกขึ้นมาแก้ปัญหาหรือซ่อมเองก็เป็นเรื่องยาก เพราะถ้าเป็นอาการเสียทางด้านฮาร์ดแวร์ทุกคนก็มักจะมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แล้วก็ส่ายหัวเมื่อเจอปัญหาเหล่านี้ เพราะกลัวว่าถ้าซ่อมเองแล้วเครื่องจะพัง สู้ยกเครื่องไปให้ร้านซ่อมดีกว่า เพื่อความมั่นใจ
ทุกครั้งเมื่อยกเครื่องไปที่ร้าน ก็ต้องเสียค่าซ่อมอย่างน้อย ๆ ก็ 500 บาท เป็นราคามาตรฐานที่ค่อนข้างสุง ยิ่งถ้าช่างแค่เปิดฝาเครื่องแล้วขยับสายเล็กน้อย เครื่องก็หายเป็นปกติ ยิ่งรู้สึกไม่อยากจะจ่ายค่าซ่อมเลย แต่ถ้ามีอุปกรณ์พังก็ยังดี แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าราคาอุปกรณ์ที่เปลี่ยนนั้นร้านซ่อมขายให้ในราคาแพงเกินจริงหรือเปล่า และเปลี่ยนอุปกรณ์แล้วเครื่องจะหายจริงใหม หรือว่าถูกหลอกวางยาให้คุณยกมาซ่อมอีก เรียกว่าซ่อมกันไม่รู้จบสักที ที่กล่าวมาทั้งหมดทาง Bcoms อยากจะแนะนำให้ทุกท่านเห็นประโยขน์ ในการเรีนรู้ทางด้านฮาร์แวร์บ้าง เพื่อให้สามารถตรวจซ่อมละแก้ปัญหาเบื้องต้นได้โดยไม่ต้องเครื่องไปให้ช่างซ่อม
Bcom.net สร้างขึ้นมีจุดประสงค์เพื่อเป็นคู่มือในการแก้ปัญหา ที่จะช่วยให้ผู้เข้าชมเว็บ Bcoms ทั้งที่ไม่เคยจับคอม ฯ มาก่อนเลย หรือที่เคยใช้งานมาบ้างแล้ว สามารถวิเคระห์และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้เอง




Only1wOrd 112



สำหรับคุณสมบัติของ iTYPE จะประกอบด้วยคีย์บอร์ด QWERTY ขนาดมาตรฐาน พร้อมฟังก์ชันการทำงานครบถ้วน สำหรับใช้งานกับไอโฟน และไอพอดทัช (iPod Touch) ซึ่งนอกจากผู้ใช้จะได้รับความสะดวกสบายในการพิมพฺ์ข้อความ ส่งอีเมล์ เฟซบุ๊ก หรือทวิตเตอร์แล้ว แบตเตอรี่(แบบชาร์จ)ที่อยู่ภายใน iTYPE ยังสามารถรีชาร์จไอโฟนให้คุณได้อีกด้วย สนนราคาของมัอยู่ที่ประมาณ 100 - 150 เหรียญฯ (3,400 - 5,000 บาท) วางตลาดไตรมาสที่สองของปี 2010

taysuza 138

การใช้ ICT อย่างสร้างสรรค์  

เนื้อหา

จากข่าวคราวของน้องอายุ 15 ปี ที่ได้ไปค้างคืนกับพระในจังหวัดขอนแก่น โดยติดต่อรู้จักการผ่านทางเว็บไซต์ HI 5 ซึ่งเป็นเว็บไซต์ยอดนิยมในขณะนี้ ทำให้หลายฝ่ายหันกลับมาให้ความสนใจกับเว็บไซต์นี้รวมถึงเว็บไซต์ที่มีพื้นที่ที่เรียกว่า Blog ที่ให้ผู้ใช้บริการหรือ Blogger สามารถนำรูปภาพ ข้อความ เสียง หรือภาพเคลื่อนไหวของตนไปใส่ไว้ในพื้นที่ที่ตนเองสร้างขึ้นได้ รวมทั้งหันกลับมาให้ความสำคัญกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในทางไม่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ อีกครั้ง

ที่ต้องเน้นว่า "อีกครั้ง" เพราะปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ย้อนหลังกลับไปเมื่อปี 2551 รูปแบบของการใช้งานแบบสนทนาออนไลน์ในโปรแกรมที่เรียกว่า ICQ และ Pirch เป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มชาวไอที ไม่เว้นแม้แต่เด็กๆ เพราะการติดต่อสื่อสารแบบนี้ประหยัด สะดวก รวดเร็ว เป็นพื้นที่ที่เด็กๆ สามารถมีเพื่อนได้อย่างไม่จำกัด และอาจจะเป็นช่องทางในการฝึกปรือภาษาอังกฤษ และ ภาษาอื่นๆ อีกด้วย ในทางตรงข้ามและเป็นส่วนใหญ่เสียด้วยก็คือ การแช็ตของผู้ร้ายที่นำไปสู่การล่อลวงเด็กในฐานะ "เหยื่อ" ในคดีข่มขืน อนาจาร ทำร้ายร่างกาย

ไม่นับรวมถึงเว็บไซต์ในรูปของกระดานข่าว หรือ Webboard ที่เปิดพื้นที่ให้กลุ่มชอบโชว์สามารถอัพโหลดภาพเปลือยของตนเองขึ้นสู่กระดานข่าวในเว็บไซต์ต่างๆ พร้อมทั้งระบุที่ติดต่อผ่านทางโปรแกรมสนทนาออนไลน์ ในยุคนี้ก็หนีไม่พ้นโปรแกรม MSN ที่สำคัญหากข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลของเด็กๆ ปัญหาจะยิ่งหนักหนาสาหัส เพราะเขาเหล่านี้ยังมีวิจารณญาณน้อยกว่าผู้ใหญ่ โอกาสถูกล่อลวงและโอกาสที่ผู้ร้ายจะเข้ามาถึงตัวเด็กนั้นง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก

ยังหมายรวมถึงเว็บไซต์สื่อทางเพศที่ไม่สร้างสรรค์ และเป็นภัยต่อสังคมไทย โดยเฉพาะเว็บไซต์ประเภทแอบถ่าย โดยใช้นักศึกษาเป็นเป้าหมายของการแอบถ่าย การขายอุปกรณ์ทางเพศ ทั้ง ยานอนหลับ ยาปลุกเซ็กซ์ ซึ่งกำลังระบาดอย่างหนักในบ้านเรา

หลายปีต่อมา โปรแกรม Camfrog การสนทนาออนไลน์พร้อมทั้งกล้อง (Webcam) ที่ทำให้ผู้เล่นสามารถติดต่อสื่อสารระหว่างกันผ่านกล้องได้ด้วย

อันที่จริงแล้ว เทคโนโลยีนั้นหากถูกใช้ไปในทางที่สร้างสรรค์ก็จะมีประโยชน์อย่างมาก แต่ทว่าคนจำนวนหนึ่งเลือกใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ไปในทางที่ไม่สร้างสรรค์ และกำลังกลายเป็นวัฒนธรรมในการใช้งานไอซีทีอย่างทำลายสังคมไทย

ปัญหาที่ต้องกลับมาตอบให้ได้ในเวลานี้ก็คือ เราเตรียมรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีเหล่านี้มากน้อยเพียงใด

วันนี้เราเห็นแล้วว่า การเติบโตทางเทคโนโลยี เดินสวนทางกับวัฒนธรรมในการใช้งานในทางสร้างสรรค์ขึ้นทุกขณะ การแก้ปัญหาที่ตรงจุดนั้น ไม่ได้หมายถึงความเพียงแค่การเข้าไปปิดกั้นเว็บไซต์เหล่านั้น แต่ต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งสร้างภูมิคุ้มกันให้กับมนุษย์ในสังคมไทย หรืออีกนัยหนึ่งก็กำลังบอกว่า เราต้องเร่งกลับมาสร้างวัฒนธรรมในการใช้งานไอซีทีอย่างสร้างสรรค์กันอย่างเอาจริงเอาจังกันเสียที

เป้าหมายของการไปสร้างวัฒนธรรมก็คือ มนุษย์ในสังคมไทย ต้องเน้นว่า หมายถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย หมายถึง ภาครัฐ หมายถึง ภาคเอกชน ภาคประชาชน รวมไปถึงภาควิชาการ

การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับมนุษย์ในสังคมไทยนั้น โดยหลักการไม่ยาก เป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ หากพัฒนาต่อไปถึงขั้นของการสร้างวัฒนธรรมในการใช้งานไอซีอย่างสร้างสรรค์ ทั้งการสร้างวัฒนธรรมของความรับผิดชอบต่อตนเอง คนอื่น วัฒนธรรมของการนับถือ และปฏิบัติตามแนวทางของจริยธรรมในการใช้งานในทิศทางที่สร้างสรรค์ ก็จะเป็นเรื่องที่จะช่วยแก้ไขปัญหาที่รากเหง้าของปัญหาได้อย่างแท้จริง

เสนอในเชิงปฏิบัติการ ก็คือ เริ่มจากเสนอให้ภาครัฐสร้างห้องเรียนพ่อแม่ ห้องเรียนชุมชน "ร่วมกัน" ระหว่างพ่อแม่ เด็ก ชุมชน ให้รู้จักพิษภัยที่จะมาพร้อมกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมไปถึงการใช้งานในเชิงสร้างสรรค์ การปลูกฝังจริยธรรมในการใช้งานที่ไม่ไปทำร้ายคนอื่นหรือสังคม

เสนอคุณครู และกระทรวงศึกษาธิการ เน้นให้นักเรียนต้องสร้างเว็บไซต์หรือเว็บบล็อกที่สามารถถ่ายทอดเรื่องของครอบครัว ห้องเรียน โรงเรียน และ ชุมชน เช่น เว็บไซต์เกี่ยวกับการรักษาลุ่มน้ำในท้องถิ่น

ต่อมา เสนอให้ผู้ประกอบการ รัฐ และชุมชน ร่วมกันสร้างพื้นที่ในการเข้าถึงสื่ออินเตอร์เน็ตที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยให้เด็ก เยาวชน ไม่ต้องอยู่ในสถานที่หรือสิ่งแวดล้อมที่เสี่ยงต่อ "ภัย" ได้ การสร้างและพัฒนาให้เกิด "ร้านเกมคาเฟ่ ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่" ที่ "ปลอดภัยและสร้างสรรค์" ที่ผู้ประกอบการช่วยดูแลเด็กๆ ในร้าน โดยที่ภาครัฐและภาคเอกชนให้การสนับสนุน ส่งเสริมการประกอบการให้กับผู้ประกอบการน้ำดีเหล่านี้สามารถอยู่รอดในทางธุรกิจได้ด้วย

การสร้างการมีส่วนร่วมให้ชุมชนร่วมดูแลคุ้มครองลูกหลานในชุมชน ยกตัวอย่างกรณีของร้านเกมคาเฟ่ ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ ปลอดภัยและสร้างสรรค์ หากเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามาช่วยดูแลจัดการ โดยการจัดตั้งคณะกรรมการชุมชน เพื่อทำหน้าที่ในการกำกับดูแลความปลอดภัย สร้างสรรค์ของร้านเกมคาเฟ่ ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ในชุมชน

ที่ว่าปลอดภัย นั้นก็หมายถึงการพิจารณาประกอบการภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องเช่น พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ.2551 ซึ่งมีผลใช้บังคับแล้ว เช่น การจดทะเบียนขออนุญาตประกอบการ การเปิด-ปิด การให้เด็กเข้ามาใช้บริการ เป็นต้น

ในขณะที่ความสร้างสรรค์นั้น เน้นการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม การคืนกำไรให้กับสังคม ทั้งเรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคม การดูแลคุ้มครองเด็กๆ ในร้าน การทำให้ร้านเกมคาเฟ่เป็นแหล่งเรียนรู้ในการใช้งานเชิงสร้างสรรค์ เช่น การอบรมวิธีการทำเว็บไซต์ในเชิงสร้างสรรค์ อบรมเทคนิคการนำเสนอเรื่องราวของชุมชน ก็น่าจะเป็นเรื่องที่สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนได้อีกทางหนึ่ง

จากการเริ่มต้นลงมือปฏิบัติการจัดทำกระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็ก เยาวชน ครอบครัว และชุมชน ขั้นต่อมาก็คือ การรักษาความ "สม่ำเสมอ" ในการทำงาน

เพราะที่ผ่านมา กระบวนการเหล่านี้มักจะมาๆ ไปๆ ตามแต่กระแสความสนใจของภาคนโยบายการเมือง ซึ่งโดยมากเน้นการสร้างความเติบโตทางโครงสร้างพื้นฐาน และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แต่ ความเจริญเติบโตทางความรู้ภูมิคุ้มกันก็ปล่อยไปให้ค่อยเป็นค่อยไป และมักเติบโตไม่ทันความก้าวหน้าทางฮาร์ดแวร์ เราจึงต้องประสบกับปัญหาเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ดังนั้น จงอย่ารอนโยบายจากรัฐแต่เพียงอย่างเดียว เราต้องสร้างวัฒนธรรมของความรับผิดชอบ รักถิ่นฐานบ้านเกิดของเราขึ้น เพราะนี่คือ ยาที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน เพราะผู้รับประโยชน์ก็คือ ลูกหลานในชุมชนของเราเอง

หากมองย้อนกลับมา อาจจะไม่ต้องรวดเร็วแบบพลิกฝ่ามือในการเร่งสร้างวัฒนธรรมในการใช้งานไอซีทีอย่างสร้างสรรค์ แต่สิ่งแรกที่สำคัญก็คือ การเร่งสร้างพื้นฐานความรู้ความเข้าใจให้กับพ่อแม่ และชุมชน เสียก่อน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับมนุษย์ในสังคมไทย หลังจากเกิดความเข้าใจ ความตระหนักรู้ถึงพิษภัยและความรับผิดชอบต่อสังคมรู้จักการใช้ไอซีทีในทางสร้างสรรค์ต่อตนเองและสังคมแล้ว ความเข้มแข็งเหล่านี้ก็จะคลี่คลายตัวเป็น "วัฒนธรรมในการใช้ไอซีทีที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์" ได้อย่างแท้จริงต่อไป


แนวคิด

:-วันนี้เราเห็นแล้วว่า การเติบโตทางเทคโนโลยี เดินสวนทางกับวัฒนธรรมในการใช้งานในทางสร้างสรรค์ขึ้นทุกขณะ การแก้ปัญหาที่ตรงจุดนั้น ไม่ได้หมายถึงความเพียงแค่การเข้าไปปิดกั้นเว็บไซต์เหล่านั้น แต่ต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งสร้างภูมิคุ้มกันให้กับมนุษย์ในสังคมไทย หรืออีกนัยหนึ่งก็กำลังบอกว่า เราต้องเร่งกลับมาสร้างวัฒนธรรมในการใช้งานไอซีทีอย่างสร้างสรรค์กันอย่างเอาจริงเอาจังกันเสียที
:-เป้าหมายของการไปสร้างวัฒนธรรมก็คือ มนุษย์ในสังคมไทย ต้องเน้นว่า หมายถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย หมายถึง ภาครัฐ หมายถึง ภาคเอกชน ภาคประชาชน รวมไปถึงภาควิชาการ
:-การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับมนุษย์ในสังคมไทยนั้น โดยหลักการไม่ยาก เป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ หากพัฒนาต่อไปถึงขั้นของการสร้างวัฒนธรรมในการใช้งานไอซีอย่างสร้างสรรค์ ทั้งการสร้างวัฒนธรรมของความรับผิดชอบต่อตนเอง คนอื่น วัฒนธรรมของการนับถือ และปฏิบัติตามแนวทางของจริยธรรมในการใช้งานในทิศทางที่สร้างสรรค์ ก็จะเป็นเรื่องที่จะช่วยแก้ไขปัญหาที่รากเหง้าของปัญหาได้อย่างแท้จริง
:-เสนอในเชิงปฏิบัติการ ก็คือ เริ่มจากเสนอให้ภาครัฐสร้างห้องเรียนพ่อแม่ ห้องเรียนชุมชน "ร่วมกัน" ระหว่างพ่อแม่ เด็ก ชุมชน ให้รู้จักพิษภัยที่จะมาพร้อมกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมไปถึงการใช้งานในเชิงสร้างสรรค์ การปลูกฝังจริยธรรมในการใช้งานที่ไม่ไปทำร้ายคนอื่นหรือสังคม
:-หากมองย้อนกลับมา อาจจะไม่ต้องรวดเร็วแบบพลิกฝ่ามือในการเร่งสร้างวัฒนธรรมในการใช้งานไอซีทีอย่างสร้างสรรค์ แต่สิ่งแรกที่สำคัญก็คือ การเร่งสร้างพื้นฐานความรู้ความเข้าใจให้กับพ่อแม่ และชุมชน เสียก่อน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับมนุษย์ในสังคมไทย หลังจากเกิดความเข้าใจ ความตระหนักรู้ถึงพิษภัยและความรับผิดชอบต่อสังคมรู้จักการใช้ไอซีทีในทางสร้างสรรค์ต่อตนเองและสังคมแล้ว ความเข้มแข็งเหล่านี้ก็จะคลี่คลายตัวเป็น "วัฒนธรรมในการใช้ไอซีทีที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์" ได้อย่างแท้จริงต่อไป taysuza 138

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2553

UnLock iPhone 3,4  

3. ขั้นที่สามเป็นการ ติดตั้ง ibrickr เป็นโปรแกรมที่เราจะใช้ ควบคุม iPhone จาก PC เช่นการลงโปรแกรมเสริมเข้าไป



ในขั้นตอนนี้ลองดูนะครับที่หน้าจอ iPhone เราจะมี icon โผล่มาอีกหนึ่งตัว คือ installer เพื่อให้เราลงโปรแกรมอื่นๆลงไปในเครื่องได้แล้ว



การจะลงโปรแกรมเราจะใช้ ibrickr ช่วยครับ



วิธีการคือไปที่ Folder ของโปรแกรมที่โหลดมาจากเว็บ เข้าไปที่ Folder ของ 3_ibrickr_v0.8



เข้าไปแล้วเลือก คลิกที่ไฟล์ ibrckr.exe เพื่อทำการติดตั้ง



เมื่อติดตั้งเสร็จก็จะ Restart เครื่อง iPhone 1 ครั้งแล้ว แตะที่ icon unlock

4. ขั้นที่สี่คือการลงโปรแกรม AnySim เพื่อให้มันปลดล๊อคให้เราอัตโนมัติ



หากโปรแกรมปิดตัวลงไป ก็ให้เรียกโปรแกรมขึ้นมา หรือหากเปิดอยู่ ในการติดตั้ง โปรแกรม Anysim ก็ทำได้โดยไปที่ เมนู Application ของ โปรแกรม iBrickr



เลือกที่ปุ่ม Browse Application



เลือกที่โปรแกรม anySIM



หน้าจอจะเปลี่ยนเป็นแบบในภาพบนครับ



หน้าจอ iPhone เมื่อติดตั้งโปรแกรมเสร็จครั้งแรกจะโชว์แบบในภาพบนครับ ให้เอานิ้ว Slide เพื่อ Unlock อีกที



ก่อนจะทำการปลดล๊อคด้วย anySIM ให้ไปที่ในเครื่อง iPhone ใน icon Settings>> general >> Auto Lock



เลือกที่ Never นะครับ เพราะการปลดล๊อคจะใช้เวลาเกือบ 20 นาที มันอาจจะล๊อคตัวเองได้ เราต้องกันไว้ก่อน




มาเริ่มปลดล๊อคกันได้แล้วครับ เรียกโปรแกรม anySIM จากบนหน้าจอเมนูขึ้นมา แล้วก็เอานิ้ว Slide ที่แถบด้านล่าง




เลื่อนหน้าจอลงมาสุดจะมีปุ่มให้กด ก็ให้กด ok ไปเพียงครั้งเดียวอย่ากดซ้ำๆนะครับ กดแล้วรอสักพัก





เมื่อเสร็จแล้วก็ ใส่ SIM ของค่ายมือถือในเมืองไทยแล้ว Restart อีกรอบ

เป็นอันเสร็จสิ้นขบวนการปลดล๊อคของผมแล้วครับ สรุปแล้ววันนี้เครื่องทั้งสี่ตัว รอดตายจากสนามรบ กลับบ้านโดยสวัสดิภาพทุกเครื่องครับ ก็เป็นบรรยากาศสนุกๆของผมเอง และเพื่อนๆที่มาร่วมกันปลดล๊อคเครื่อง iPhone ที่ตอนนี้ราคาก็แกว่งเป็นชิงช้ามากๆๆ สำหรับราคาในท้องตลาดตอนนี้ผมเองก็ไม่ทราบราคากลางที่แน่นอน แต่ว่าราคาที่ผมได้มานั้น อาจจะเป็นราคาโชคดีบวกฟลุ๊คด้วย ที่ราคาโดยรวมๆแล้วมาค่อนข้างโอเค TatSuZa 138

UnLock iPhone 1,2  

สรุปขบวนการขั้นตอน Step ในการปลดล๊อค จะแบ่งเป็น
1. ขั้นแรกคือการ ลงโปรแกรม AppTappInstaller
2. ขั้นสองคือการ ปลดล๊อคการ Activate เครื่อง
3. ขั้นที่สามเป็นการ ติดตั้ง ibrickr เป็นโปรแกรมที่เราจะใช้ ควบคุม iPhone จาก PC เช่นการลงโปรแกรมเสริมเข้าไป
4. ขั้นที่สี่คือการลงโปรแกรม AnySim เพื่อให้มันปลดล๊อคให้เราอัตโนมัติ

1. ขั้นแรกคือการ ลงโปรแกรม AppTappInstaller



เมื่อทุกอย่างพร้อมก็เสียบสาย Sync ต่อเข้ากับเครื่อง iPhone ให้เรียบร้อย สังเกตว่าในขั้นตอนนี้หน้าจอมันจะแสดงเหมือนในรูปด้านบน



หากมีโปรแกรม iTune ทำงานอยู่บนเครื่อง PC ก็ให้ปิด Service iTune ให้หมด เช่น iTune.exe และ iTuneHelper.exe โดยการกด Ctrl+Alt+Del บน Keyboard แล้วจะโชว์หน้าต่างมา แล้วก็เลือกดูพวก Precess ที่เป็น iTune ทั้งหมด แล้วคลิ๊กที่ End Process เพื่อปิดการทำงานของ iTune ทั้งหมดให้เรียบร้อย



หลังจากนั้นไปเรียกโปรแกรม AppTappInstaller ที่โหลดเตรียมเอาไว้แล้วเรียกโปรแกรมนี้ขึ้นมาครับ มันจะโชว์หน้าจอแบบในรูปด้านบน อ่านคำเตือนก่อนสักรอบนะครับแล้ว คลิ๊กที่ Continue




ในขั้นตอนนี้ลองดูนะครับที่หน้าจอ iPhone เราจะมี icon โผล่มาอีกหนึ่งตัว คือ installer เพื่อให้เราลงโปรแกรมอื่นๆลงไปในเครื่องได้แล้ว



เครื่อง PC เราจะต้องต่อ Net ไว้ด้วยครับเพราะโปรแกรม AppTappInstaller นี้จะต้องทำการ Download ไฟล์มาจาก Internet อีกประมาณ 90 กว่า MB





ในระหว่างขั้นตอนนี้มันจะขึ้นแบบในภาพนะครับ รอจนหน้าจอบน Windows โหลดเสร็จจนขึ้น Completed แล้วมันจะทำการติดตั้งตัว Installer ลงในเครื่องให้ ซึ่งในระหว่างนี้หากมีการบอกให้ restart ก็ให้ทำตามแบบวิธีที่ผมบอกในข้างต้น แต่หากไม่มีการให้ restart ตัว iPhone ก็ไม่ต้องไปยุ่งมันครับ ให้มันเชื่อมต่อให้เสร็จ

2. ขั้นสองคือการ ปลดล๊อคการ Activate เครื่อง

หลังจากนั้นเราจะมาเริ่มการปลดล๊อคการ Activate เครื่องกันได้แล้วครับ ด้วย (CLICK HERE) activate.bat เป็นการปลดล๊อคเครื่อง iPhone ไม่ให้ติดการ Activate



เปิด Folder จากไฟล์ที่ Download มา ไปที่ Folder ที่ชื่อว่า 2_point and click activation (with youtube) แล้วหาไฟล์ที่ชื่อว่า (CLICK HERE) activate.bat แล้วก็ ดับเบิ้ล คลิ๊กมันครับ



หน้าตาโปรแกรมจะโชว์หน้าจอดำๆแบบนี้ขึ้นมา แล้วจะมีข้อความบอกให้ Press any key to continue ก็ให้กดปุ่มบน Keyboard แล้วทำตามขั้นตอนบนหน้าจอ โปรแกรมนี้มันจะ Run อัตโนมัติจนจบขั้นตอน



หน้าจอตอนจบขบวนการมันจะโชว์แบบนี้นะครับ แล้วมันจะให้ทำการ Restart เครื่องอีกหนึ่งที ซึ่งวิธีการ Restart เครื่อง iPhone ก็ทำอย่างที่บอกไว้ข้างต้นนะครับ คือ กดปุ่ม Power ค้างไว้ แล้วเอานิ้วสไลด์ตัวเลื่อนสีแดง เมื่อ Restart แล้วเราต้องกดปุ่มเปิด Power ด้วยตนเอง เครื่องมันไม่ Start ให้อัตโนมัตินะครับ TaySuZa 138

วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2553

10 ภัยร้ายออนไลน์ที่ต้องระวังช่วงเทศกาลวันหยุด  

ก่อนจะถึงเทศกาลหยุดงานแสนสบายใจ ไปดูสรุป 10 อันดับภัยร้ายออนไลน์ที่ชาวไอทีทุกคนต้องระวังตัวในช่วงเทศกาลวันหยุด

ภัยร้าย 10 อันดับนี้เรียบเรียงโดยนายเจค โซเรียโน ฝ่ายสื่อสารด้านเทคนิค ศูนย์วิจัยข้อมูลเทรนด์แล็บส์ เพื่อให้ทุกคนไม่หลงกลอาชญากรไซเบอร์ที่จะใช้เทคนิคกลลวงทางสังคมที่แตกต่าง กันเพื่อหลอกล่อชาวเน็ตที่พากันค้นหาร้านค้าและเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ มากกว่าปกติ เช่น การคลิกลิงค์ที่เป็นสแปม, การดาวน์โหลดไฟล์ หรือการกรอกแบบฟอร์มโดยใส่ข้อมูลส่วนตัวที่เป็นความลับ

---

อันดับ 10 - ภัยลวงนักล่าของถูก: อาชญากรไซเบอร์จะใช้ส่วนลดและโปรโมชันเพื่อหลอกล่อเหยื่อให้คลิกลิงก์ที่ เป็นอันตราย หรือใส่ข้อมูลที่เป็นความลับของตนลงในเว็บไซต์หลอกลวง

โดยทั่วไปแล้วผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ล่อเหยื่อจะเป็นสินค้ายอดนิยมและ สินค้าขายดี ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้อดใจไม่ได้ที่จะคลิกลิงก์ที่ปรากฏ เช่นในปีนี้เทรนด์ ไมโคร พบว่าโทรจัน TROJ_AYFONE.A ใช้ประโยชน์จากการเปิดตัว Apple iPhone โดยมัลแวร์จะแสดงในรูปแบบโฆษณาลวงเหมือนกับการสร้างเว็บไซต์ลวงของร้านค้าออ นไลน์ที่สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้

อันดับ 9 - ไซต์การกุศลจอมปลอม: ภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหว ไฟป่า น้ำท่วม ล้วนถูกอาชญากรไซเบอร์นำมาใช้ประโยชน์เพื่อหลอกลวง โดยเฉพาะเทศกาลวันหยุดเป็นช่วงเวลาที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่เกิดความ รู้สึก "อยากทำบุญและต้องการบริจาค"

เทศกาลปีใหม่จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับอาชญกรไซเบอร์ที่จะ บรรลุตามแผนการที่วางไว้ นอกจากผู้ใจบุญที่ตอบกลับข้อความอีเมลลวงหรือเว็บไซต์ลวงซึ่งไม่ ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ใดแล้ว ยังจะต้องสูญเสียเงินหรือข้อมูลที่เป็นความลับไปแทนอีกด้วย

อันดับ 8 – บัตรอวยพรอิเล็กทรอนิกส์ (อี-การ์ด): อาชญากรไซเบอร์มักจะใช้บัตรอวยพรอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีการ์ดเพื่อล่อลวงเหยื่อให้คลิกลิงก์ที่เป็นอันตรายในข้อความสแปม และนั่นอาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเหยื่อตกอยู่ในอันตรายได้

การโจมตีประเภทนี้มักใช้ประโยชน์ของเทศกาลวันหยุด เมื่อมีผู้ใช้ส่งอีการ์ดมากขึ้น และคาดหวังว่าอีการ์ดที่ได้รับนั้นจะมาจากเพื่อนหรือญาติสนิท

อันดับ 7 - โฆษณามัลแวร์ (Malvertisements): อาชญากรไซเบอร์จะใช้โฆษณาและโปรโมชันของปลอม (เลียนแบบโฆษณาของจริง) เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์ โดยอาศัยความเชื่อใจของผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ที่มักสนใจเรื่องสินค้าราคา พิเศษ

โฆษณาที่แสดงอยู่ในเว็บไซต์ที่มีการเข้าชมสูงจะถูกใช้เป็นตัวกระตุ้น ให้ดาวน์โหลด มัลแวร์ โดยเว็บไซต์ยอดนิยม เช่น Google, Expedia.com, Rhapsody.com, Blick.com และแม้แต่ MySpace มักถูกใช้เป็นที่แฝงตัวของแบนเนอร์โฆษณาที่เป็นอันตราย ซึ่งเมื่อคลิกเข้าไปดูก็จะดาวน์โหลดมัลแวร์ลงในระบบของผู้ใช้งานได้แสดงให้ เห็นว่าโฆษณาที่เป็นอันตรายเหล่านี้ถูกฝังตัวอยู่ในแทบจะทุกแห่งบนโลกไซ เบอร์

อันดับ 6 - ผลการค้นหาแหล่งช้อปปิ้งช่วงคริสต์มาส (ที่เป็นอันตราย): ผลลัพธ์คำตอบที่มากับสคริปต์ที่เป็นอันตราย ทำให้เกิดภัยคุกคามหลากหลายรูปแบบ เช่น มัลแวร์ ฟิชชิ่งไซต์ ยูอาร์แอลอันตราย โดยผู้เขียนมัลแวร์จะเลือกช่วงเทศกาลต่างๆ ที่จะนำผู้ใช้งานไปยังผลลัพธ์ที่เป็นอันตรายของตนได้

ในปี 2550 ผลของการค้นหาคำว่า "Christmas gift shopping" ถูกพบว่านำไปสู่มัลแวร์หลากหลายชนิดที่เป็นอันตราย และเมื่อเร็วๆ นี้ ผลของการค้นหาคำว่า "Halloween costumes" ถูกพบว่าแอบซ่อนซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสของปลอมไว้

อันดับ 5 - เว็บไซต์สุดฮิต: จัดเป็นภัยคุกคามสำหรับผู้ใช้ออนไลน์ เพราะเป้าหมายหลักของการติดเชื้อจะเกิดขึ้นบนเว็บไซต์ที่คาดว่าปลอดภัยและ น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงวันหยุดเทศกาลที่กำลังจะมาถึง ซึ่งผู้ซื้อนิยมซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ เช่น ร้านอาหารออนไลน์ เว็บไซต์ประมูล หรือเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

อาชญกรไซเบอร์จะแพร่กระจายเชื้อไปยังเหยื่อโดยการเลือกเว็บไซต์ยอดนิยม และมีการเข้าชมสูง

อันดับ 4 - ข้อมูลส่วนบุคคล – บัตรของขวัญและโปรโมชัน (ของปลอม): ผู้ใช้ที่ชอบค้นหาของฟรีหรือโปรโมชันพิเศษบนเว็บนั้นเสี่ยงต่อการถูกโจมตีใน ลักษณะนี้ได้ แบบสำรวจข้อมูลที่ดูเหมือนจะปลอดภัยนี้มักจะถูกใช้เก็บข้อมูลส่วนบุคคล

ของรางวัล บัตรของขวัญ หรือแม้แต่เงินสดจะถูกใช้เพื่อล่อเหยื่อให้กรอกแบบสำรวจของปลอม โดยที่เหยื่อจะไม่ทราบว่านั่นคือ ฟิชชิ่งไซต์ และเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขโมยข้อมูลส่วนตัวที่เป็นความลับ

อันดับ 3 - อีคอมเมิร์ซฟิชชิ่ง: อีเบย์ (eBay) ถูกจัดอันดับให้เป็นร้านค้าปลีกออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปี 2550 มีผู้ใช้บริการมากกว่า 124 ล้านคน และอีเบย์ยังติดอันดับสูงสุดของเว็บไซต์ที่แฮคเกอร์นิยมใช้ทำเป็นเว็บไซต์ ลวงด้วย นับจากการขโมยข้อมูลส่วนบุคคลจนถึงการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ

อาชญกรไซเบอร์จะใช้แผนการที่ชาญฉลาดเพื่อให้ได้ข้อมูลของผู้ใช้เพื่อเพิ่มผลประโยชน์ทางการเงิน

อันดับ 2 - โทรจันที่มาพร้อมใบรับสินค้า (ของปลอม): ข้อความต่างๆ จากผู้จัดส่งสินค้ายอดนิยม ซึ่งแจ้งทางอีเมลว่าไม่สามารถส่งมอบของให้ผู้รับได้ พร้อมแนบไฟล์ข้อมูลที่ดูเหมือนเป็นใบแจ้งหนี้ แต่จริงๆ แล้วเป็นข้อ ความสแปมที่จะล่อลวงผู้ใช้ให้ติดตั้งโทรจันลงในเครื่องคอมพิวเตอร์
ปัญหาดังกล่าวค่อนข้างแยกแยะลำบากสำหรับนักช้อปออนไลน์ที่กำลังรอการ จัดส่งสินค้าในช่วงเทศกาล ทั้งนี้ UPS และ FedEx เป็นตัวอย่างของบริษัทผู้จัดส่งสินค้าที่อาชญากรไซเบอร์นิยมใช้เป็นเหยื่อ ล่อผู้ซื้อสินค้าออนไลน์มากที่สุด

อันดับ 1 – ใบแจ้งราคาสินค้า (ปลอม): บางครั้งผู้ใช้งานอาจจะได้รับข้อความอีเมล์ที่แจ้งให้พวกเขาเปิด และพิมพ์ “ใบแจ้งราคาสินค้า” ที่ได้แนบมา ไฟล์ที่แนบมานั้นไม่ใช่ใบแจ้งราคาสินค้าของจริง แต่ว่าเป็นโทรจัน ผู้ที่ซื้อสินค้าออนไลน์บ่อยๆ จะได้รับใบแจ้งราคาสินค้าอยู่แล้ว และถือเป็นเป้าหมายหลักของภัยคุกคามประเภทนี้

แต่ในทางกลับกันผู้ใช้ที่ไม่เคยซื้อสินค้าออนไลน์ และแน่ใจว่าไม่ได้ทำการสั่งซื้อสินค้าใดๆ ก็อาจจะสงสัยและเปิดไฟล์แนบท้ายดังกล่าว สแปมก็จะแพร่กระจายไปทั่ว ล่าสุดที่พบคือหนอนไวรัส WORM_OTORUN.C ดังนั้นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหรือ ผู้ซื้อสินค้าออนไลน์จึงต้องระมัดระวังและคำนึงถึงความปลอดภัยมากขึ้น ระหว่างเลือกซื้อสินค้าออนไลน์

สรุปคือ ด้วยปริมาณและความสามารถของภัยคุกคามข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ผู้ใช้งานจึงจำเป็นที่จะต้องมีการป้องกันข้อมูลแบบหลายระดับชั้น เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น เทรนด์ ไมโครจึงได้นำเสนอเทคโนโลยีเครือข่ายป้องกันภัยอัจฉริยะ (สมาร์ท โพรเทคชัน เน็ตเวิร์ค) ที่ช่วยปกป้องผู้ใช้งานจากภัยคุกคามต่างๆ อาทิ สแปม หรือยูอาร์แอลที่เป็นอันตราย และไฟล์อันตรายต่างๆ ด้วยจำนวนและความสามารถของภัยคุกคามทางเว็บที่เกิดขึ้น ทำให้เราจำเป็นที่จะต้องมีการปกป้องข้อมูลแบบหลายระดับชั้น และทันท่วงที ถ้าผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ต้องการได้รับความปลอดภัยจากการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ผ่านทางออนไลน์


By...English 167

10 ข้อน่าตะลึงเกี่ยวกับฮาร์ดดิสก์ : CHIP  



ฮาร์ดดิสก์ – อุปกรณ์ที่ทุกคนมีและรู้จักมันเป็นอย่างดี แต่เกล็ดเกี่ยวกับอุปกรณ์เก็บข้อมูลที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลกที่เราจะนำ มาบอกให้คุณทราบต่อไปนี้ รับรองว่าน่าสนใจและสร้างความตะลึงให้กับคุณได้อย่างแน่นอน

[1] ข้อมูลทะลักโลก: 988,000,000,000,000 เมกะไบต์

จากผลสำรวจที่ IDC ประกาศให้ทราบเกี่ยวกับปริมาณข้อมูลทั้งหมดที่ถูกเก็บไว้บนฮาร์ดดิสก์ทั่ว โลกในปี 2006 ว่ามีจำนวนถึง 161 Exabytes นั้น ทำให้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2010 ปริมาณข้อมูลจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 988 Exabytes หรือเกือบหนึ่งพันล้านล้านเมกะไบต์!

[2] ขนาดที่แท้จริง

ทั้งๆ ที่เราเห็นและสามารถจับต้องฮาร์ดดิสก์ได้แต่ภายนอก แต่ไม่รู้ว่าผู้ผลิตจะอ้างตัวเลขที่เป็นขนาดของจานแม่เหล็กที่อยู่ภายในไป ทำไม ยกตัวอย่างเช่น ฮาร์ดดิสก์ขนาด 3.5 นิ้วที่จริงๆ แล้วตัวบอดี้ของมันจะมีความกว้างประมาณ 10 เซนติเมตร หรือ 3.937 นิ้ว

[3] ฮาร์ดดิสก์ตัวแรกของโลก

ในปี 1956 หน่วยเก็บข้อมูลที่มีชื่อว่า IBM 350 ถูกสร้างขึ้นเพื่อบรรจุเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องคอมพิวเตอร์ IBM 305 RAMAC โดยมีหัว 2 หัวทำหน้าที่อ่าน-เขียนข้อมูลบนแผ่นจานแม่เหล็กขนาด 24 นิ้วจำนวน 50 แผ่นที่หมุนด้วยความเร็ว 1200 รอบต่อนาที ซึ่งทั้งหมดนี้ให้พื้นที่เก็บข้อมูลเพียง 4.4MB เท่านั้น

[4] บกพร่องโดยสุจริต

การคำนวณขนาดของฮาร์ดดิสก์นั้น ทางฝั่งของผู้ผลิตจะอิงขนาดด้วยตัวเลขฐาน 10 เป็นพื้นฐาน โดยหนึ่งกิกะไบต์จะเท่ากับ 10^9 ไบต์ (10 ยกกำลัง 9) ในขณะที่คอมพิวเตอร์จะทำงานบนพื้นฐานของเลขฐาน 2 ดังนั้นหนึ่งกิกะไบต์จึงเท่ากับ 2^30 (2 ยกกำลัง 30) หรือ 1,073,741,824 ไบต์ ด้วยเหตุนี้ ในความเป็นจริงฮาร์ดดิสก์ขนาด 250GB จะมีขนาดเพียง 232GB เท่านั้น

[5] กฏของมัวร์ รวมถึงฮาร์ดดิสก์ด้วย

ความจุสูงสุดของฮาร์ดดิสก์จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกๆ 12 เดือน – เป็นปรากฏการณ์ที่เราจะได้เห็นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยปัจจุบันฮาร์ดดิสก์ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไปมีความจุสูงถึง 1.5TB แล้ว

[6] ราคาสวนทางกับความจุ

ปัจจุบัน เงินแค่ 4 บาทก็สามารถแลกพื้นที่เก็บข้อมูลได้ถึง 1 กิกะไบต์แล้ว ในทางกลับกัน ฮาร์ดดิสก์ ST506 ขนาด 5.25” ความจุ 5.5MB ที่ Seagate เปิดตัวสู่ตลาดเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1980 นั้น มีราคาต่อความจุสูงถึง 12,500 บาทต่อ 1MB เลยทีเดียว

[7] ยิ่งนานยิ่งแน่น

ฮาร์ดดิสก์ที่ใช้เทคโนโลยีการบันทึกข้อมูลแบบแนวดิ่ง (Perpendicular Recording) ในปัจจุบันจะมีความหนาแน่นของข้อมูลต่อพื้นที่ 1 ตารางเซนติเมตรถึง 155Gb ซึ่งคิดเป็นอัตราที่สูงกว่าฮาร์ดดิสก์ตัวแรกเมื่อ 50 ปีที่แล้วถึง 60 ล้านหน่วย

[8] เล็กที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ในงาน CES เมื่อเดือนมกราคม 2004 โตชิบาได้เผยโฉมฮาร์ดดิสก์ขนาด 0.85 นิ้วที่มีความจุ 4GB ซึ่งถือเป็นฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดจิ๋วที่สุดและได้รับการบันทึกสถิติ Guinness Book of World Record ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

[9] อายุยืน ต้อง 40 องศา

เมื่อปี 2007 ที่ผ่านมา Google ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์จำนวน 100,000 ตัวในศูนย์ข้อมูลของตัวเองและพบว่า ฮาร์ดดิสก์จะมีอายุการใช้งานนานขึ้นเมื่อทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิ ประมาณ 40 องศาเซลเซียส และไม่ว่าจะร้อนเกิน 45 หรือเย็นต่ำกว่า 30 องศา ก็ล้วนแต่ทำให้ฮาร์ดดิสก์มีอายุการทำงานสั้นลงทั้งสิ้น

[10] เล็กกว่าเส้นผม 5,000 เท่า

จงระวังอย่าทำตก! ฮาร์ดดิสก์ในปัจจุบันจะมีช่องว่างระหว่างหัวอ่าน-เขียนและพื้นผิวด้านบนของ จานแม่เหล็กเพียงแค่ 10 นาโนเมตร ในขณะที่เส้นผมของคนเรานั้นจะมีความหนาประมาณ 50,000 นาโนเมตร

สามารถติดตามซีรีส์ 10 เรื่องน่ารู้ของโลกไอทีได้จากนิตยสาร CHIP


By...English 167

ระวังตำรวจปลอม ขู่-รีดไถอ้างจับซอฟต์แวร์เถื่อน  




จ้าหน้าที่ตำรวจประกาศระวังภัยมิจฉาชีพตั้งตนเป็นตำรวจ โทรศัพท์มาเตือนว่าจะเข้าตรวจค้นซอฟต์แวร์เถื่อนในองค์กร ก่อนจะข่มขู่และรีดไถโดยผิดกฏหมาย ย้ำการตรวจจับโดยตำรวจจริงจะไม่มีการข่มขู่หรือเรียกร้องเงินหรือหาประโยชน์ อื่นใดอย่างเด็ดขาด และถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าทำการตรวจค้นจับกุม ก็จะไม่มีการแจ้งล่วงหน้า เหมือนที่มิจฉาชีพทำแต่อย่างใด

การประกาศเตือนภัยนี้เป็นผลจากการประกาศเส้นตายในการตรวจจับบริษัท องค์กรที่ใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนอย่างจริงจังในประเทศไทย ซึ่งพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์หรือบีเอสเอร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้ ชุดปราบปรามของกองบังคับการการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ประกาศเส้นตายล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบัน บก.ปอศ.กำลังดำเนินการสืบสวนและเข้าตรวจค้นองค์กรธุรกิจที่มีเบาะแสว่ามีการ ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ไปแล้วกว่า 1,000 แห่ง ตามที่ได้รับร้องเรียนจากเจ้าของลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

ในหนังสือประชาสัมพันธ์เตือนผู้ประกอบการธุรกิจจาก บก.ปอศ. ระบุว่ามีกลุ่มบุคคลที่อ้างตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้ชุดปราบปรามของ บก.ปอศ. โทรศัพท์ไปข่มขู่บริษัทองค์กร ว่าจะทำการตรวจค้นการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ โดยเรียกร้องผลประโยชน์ตอบแทนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จุดนี้ บก.ปอศ. ยืนยันว่าขั้นตอนการตรวจจับนั้นไม่มีการโทรศัพท์เพื่อเตือนก่อนการตรวจค้นแน่นอน

"ในกระบวนการบังคับใช้กฎหมายจะไม่มีการข่มขู่หรือเรียกร้องเงินหรือ หาประโยชน์อื่นใดอย่างเด็ดขาด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนและตรวจค้นการละเมิดลิขสิทธิ์ ซอฟต์แวร์ในองค์กรธุรกิจใดก็ตาม เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเก็บหลักฐาน ขอดูใบอนุญาตซอฟต์แวร์และถ่ายภาพที่เกิดเหตุไว้ เพื่อทำสำนวนการสอบสวนว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์หรือไม่อย่างไร ก่อนที่จะสรุปสำนวนสอบสวนไปยังพนักงานอัยการ และนำคดีขึ้นสู่ศาลต่อไปหรือถ้ามีกรณีถอนคำร้องทุกข์อำนาจสอบสวนก็สิ้นสุดลง " ตามข้อความในหนังสือประชาสัมพันธ์จาก บก.ปอศ.

บก. ปอศ.แนะนำว่า ในกรณีที่มีมิจฉาชีพโทรศัพท์ไปข่มขู่ผู้ประกอบกิจการรายใด ให้ผู้ประกอบการลงมือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ที่ใกล้สถานที่ตั้งสำนัก งานโดยเร็ว

"ขอให้ผู้ประกอบการอย่าได้หลงเชื่อ เนื่องจากการตรวจค้นจับกุมจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าทำการตรวจค้นจับกุมก็จะไม่มีการแจ้งล่วงหน้าแต่อย่างใด และ การตรวจค้นในที่รโหฐานก็จะต้องมีหมายค้น มีการแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบได้ ดังนั้นถ้ามีผู้แอบอ้างดังกล่าว ผู้ประกอบการสามารถที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ที่ใกล้ที่ทำการของท่าน ดำเนินการตามกฎหมายได้"

อย่างไรก็ตาม การเตือนเรื่องตรวจจับซอฟต์แวร์เถื่อนในองค์กรที่ไม่ใช่การล่อลวงมักเป็นการ เตือนภัยทางอีเมล จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากบีเอสเอ หรือจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) ซึ่งส่งอีเมลเตือนสมาชิกองค์กรให้รับรู้กำหนดการตรวจจับจริงจังของเจ้า หน้าที่ตำรวจ ทั้งหมดนี้ไม่มีข้อเรียกร้องใดๆยกเว้นการทำให้บริษัทองค์กรตื่นตัวและหันไปใช้ซอฟต์แวร์ถูกลิขสิทธิ์ หรือซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สต่อไป


By...English 167

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553

ระวัง! 10 ภัยร้ายออนไลน์ ล่อลวงช่วงเทศกาลวันหยุด  


ในช่วงเวลาแห่งความสุขปีใหม่กับเทศกาลวันหยุดอาจทำให้นักท่องไซเบอร์เศร้าได้ เมื่อมีการประกาศเตือนจากศูนย์วิจัยข้อมูลเทรนด์แล็บส์ ว่าอาชญากรไซเบอร์จะใช้เทคนิคกลลวงทางสังคมที่แตกต่างกันเพื่อหลอกล่อเหยื่อ เช่น การคลิกลิงก์ที่เป็นสแปม, การดาวน์โหลดไฟล์ หรือการกรอกแบบฟอร์มโดยใส่ข้อมูลส่วนตัวที่เป็นความลับ สิ่งเหล่านี้อาชญากร ไซเบอร์ พยายามจะหาผลประโยชน์จากช่วงเทศกาลวันหยุด เนื่องจากมีจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น เพื่อค้นหาร้านค้า เลือกซื้อสินค้า และบริการต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์

สรุป 10 อันดับภัยร้ายออนไลน์ที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตต้องระวังช่วงเทศกาลวันหยุดที่จะมาถึงนี้

อันดับ 10 ภัยลวงนักล่าของถูก อาชญากรไซเบอร์จะใช้ส่วนลดและโปรโมชั่นเพื่อหลอกล่อเหยื่อให้คลิกลิงก์ที่เป็นอันตราย หรือใส่ข้อมูลที่เป็นความลับของตนลงในเว็บไซต์หลอกลวง โดยทั่วไปแล้วผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ล่อเหยื่อจะเป็นสินค้ายอดนิยมและสินค้าขายดี ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้อดใจไม่ได้ที่จะคลิกลิงก์ที่ปรากฏ และในปี 2525 เทรนด์ ไมโคร พบว่าโทรจัน TROJ_AYFONE.A ใช้ประโยชน์จากการเปิดตัว Apple iPhone โดยมัลแวร์จะแสดงในรูปแบบโฆษณาลวงเหมือนกับการสร้างเว็บไซต์ลวงของร้านค้าออนไลน์ที่สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้

อันดับ 9 ไซต์การกุศลจอมปลอม ภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหว ไฟป่า น้ำท่วมล้วนถูกอาชญากรไซเบอร์นำมาใช้ประโยชน์เพื่อหลอกลวง โดยเฉพาะเทศกาลวันหยุดเป็นช่วงเวลาที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่เกิดความรู้สึก 'อยากทำบุญและต้องการบริจาค' อยู่แล้ว ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับอาชญากรไซเบอร์ที่จะบรรลุตามแผนการที่วางไว้ นอกจากผู้ใจบุญที่ตอบกลับข้อความอีเมลลวงหรือเว็บไซต์ลวงซึ่งไม่ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ใดแล้ว ยังจะต้องสูญเสียเงินหรือข้อมูลที่เป็นความลับไปแทนอีกด้วย

อันดับ 8 บัตรอวยพรอิเล็กทรอนิกส์ (อี-การ์ด) อาชญากรไซเบอร์มักจะใช้บัตรอวยพรอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีการ์ดเพื่อล่อลวงเหยื่อให้คลิกลิงก์ที่เป็นอันตรายในข้อความสแปม และนั่นอาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเหยื่อตกอยู่ในอันตรายได้ การโจมตีประเภทนี้มักใช้ประโยชน์ของเทศกาลวันหยุด เมื่อมีผู้ใช้ส่งอีการ์ดมากขึ้น และคาดหวังว่าอีการ์ดที่ได้รับนั้นจะมาจากเพื่อนหรือญาติสนิท

อันดับ 7 โฆษณามัลแวร์ (Malvertisements) อาชญากรไซเบอร์จะใช้โฆษณาและโปรโมชั่นของปลอม (เลียนแบบโฆษณาของจริง) เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์ โดยอาศัยความเชื่อใจของผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ที่มักสนใจเรื่องสินค้าราคาพิเศษ โฆษณาที่แสดงอยู่ในเว็บไซต์ที่มีการเข้าชมสูงจะถูกใช้เป็นตัวกระตุ้นให้ดาวน์โหลด มัลแวร์ โดยเว็บไซต์ยอดนิยม เช่น Google, Expedia.com, Rhapsody.com, Blick.com และแม้แต่ MySpace มักถูกใช้เป็นที่แฝงตัวของแบนเนอร์โฆษณาที่เป็นอันตราย ซึ่งเมื่อคลิกเข้าไปดูก็จะดาวน์โหลดมัลแวร์ลงในระบบของผู้ใช้งานได้ แสดงให้เห็นว่าโฆษณาที่เป็นอันตรายเหล่านี้ถูกฝังตัวอยู่แทบจะทุกแห่งบนโลกไซเบอร์

อันดับ 6 ผลการค้นหาแหล่งชอปปิ้งช่วงคริสต์มาสที่เป็นอันตราย ผลลัพธ์คำตอบที่มากับสคริปต์ที่เป็นอันตราย ทำให้เกิดภัยคุกคามหลากหลายรูปแบบ เช่น มัลแวร์ ฟิชชิ่งไซต์ ยูอาร์แอลอันตราย โดยผู้เขียนมัลแวร์จะเลือกช่วงเทศกาลต่างๆ ที่จะนำผู้ใช้งานไปยังผลลัพธ์ที่เป็นอันตรายของตนได้ ในปี 2550 ผลของการค้นหาคำว่า 'Christmas gift shopping' ถูกพบว่านำไปสู่มัลแวร์หลากหลายชนิดที่เป็นอันตราย และเมื่อเร็วๆ นี้ ผลของการค้นหาคำว่า 'Halloween costumes' ถูกพบว่าแอบซ่อนซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสของปลอมไว้

อันดับ 5 เว็บไซต์สุดฮิต จัดเป็นภัยคุกคามสำหรับผู้ใช้ออนไลน์ เพราะเป้าหมายหลักของการติดเชื้อจะเกิดขึ้นบนเว็บไซต์ที่คาดว่าปลอดภัยและน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงวันหยุดเทศกาลที่กำลังจะมาถึง ซึ่งผู้ซื้อนิยมซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ เช่น ร้านอาหารออนไลน์ เว็บไซต์ประมูล หรือเว็บไซต์ อี-คอมเมิร์ซ อาชญากรไซเบอร์จะแพร่กระจายเชื้อไปยังเหยื่อโดยการเลือกเว็บไซต์ยอดนิยม และมีการเข้าชมสูง

อันดับ 4 ข้อมูลส่วนบุคคล บัตรของขวัญและโปรโมชั่นของปลอม ผู้ใช้ที่ชอบค้นหาของฟรีหรือโปรโมชั่นพิเศษบนเว็บนั้นเสี่ยงต่อการถูกโจมตีในลักษณะนี้ได้ แบบสำรวจข้อมูลที่ดูเหมือนจะปลอดภัยนี้มักจะถูกใช้เก็บข้อมูลส่วนบุคคล โดยของรางวัล บัตรของขวัญ หรือแม้แต่เงินสดจะถูกใช้เพื่อล่อเหยื่อให้กรอกแบบสำรวจของปลอม โดยที่เหยื่อจะไม่ทราบว่านั่นคือ ฟิชชิ่งไซต์ และเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขโมยข้อมูลส่วนตัวที่เป็นความลับ

อันดับ 3 อี-คอมเมิร์ซ ฟิชชิ่ง อีเบย์ (eBay) ถูกจัดอันดับให้เป็นร้านค้าปลีกออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปี 2550 มีผู้ใช้บริการมากกว่า 124 ล้านคน และอีเบย์ยังติดอันดับสูงสุดของเว็บไซต์ที่แฮกเกอร์นิยมใช้ทำเป็นเว็บไซต์ลวงด้วย นับจากการขโมยข้อมูลส่วนบุคคลจนถึงการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ อาชญากรไซเบอร์จะใช้แผนการที่ชาญฉลาดเพื่อให้ได้ข้อมูลของผู้ใช้เพื่อเพิ่มผลประโยชน์ทางการเงิน

อันดับ 2 โทรจันที่มาพร้อมใบรับสินค้าของปลอม ข้อความต่างๆ จากผู้จัดส่งสินค้ายอดนิยม ซึ่งแจ้งทางอีเมลว่าไม่สามารถส่งมอบของให้ผู้รับได้ พร้อมแนบไฟล์ข้อมูลที่ดูเหมือนเป็นใบแจ้งหนี้ แต่จริงๆ แล้วเป็นข้อความสแปมที่จะล่อลวงผู้ใช้ให้ติดตั้งโทรจันลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ ปัญหาดังกล่าวค่อนข้างแยกแยะลำบากสำหรับนักชอปออนไลน์ที่กำลังรอการจัดส่งสินค้าในช่วงเทศกาล ทั้งนี้ UPS และ FedEx เป็นตัวอย่างของบริษัทผู้จัดส่งสินค้าที่อาชญากรไซเบอร์นิยมใช้เป็นเหยื่อล่อผู้ซื้อสินค้าออนไลน์มากที่สุด

อันดับ 1 ใบแจ้งราคาสินค้าปลอม บางครั้งผู้ใช้งานอาจจะได้รับข้อความอีเมลที่แจ้งให้พวกเขาเปิด และพิมพ์ 'ใบแจ้งราคาสินค้า' ที่ได้แนบมา ไฟล์ที่แนบมานั้นไม่ใช่ใบแจ้งราคาสินค้าของจริง แต่ว่าเป็นโทรจัน ผู้ที่ซื้อสินค้าออนไลน์บ่อยๆ จะได้รับใบแจ้งราคาสินค้าอยู่แล้ว และถือเป็นเป้าหมายหลักของภัยคุกคามประเภทนี้ แต่ในทางกลับกันผู้ใช้ที่ไม่เคยซื้อสินค้าออนไลน์ และแน่ใจว่าไม่ได้ทำการสั่งซื้อสินค้าใดๆ ก็อาจจะสงสัยและเปิดไฟล์แนบท้ายดังกล่าว สแปมก็จะแพร่กระจายไปทั่ว ล่าสุดที่พบคือหนอนไวรัส WORM_OTORUN.C ดังนั้น ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหรือผู้ซื้อสินค้าออนไลน์จึงต้องระมัดระวังและคำนึงถึงความปลอดภัยมากขึ้นระหว่างเลือกซื้อสินค้าออนไลน์




นายรักคุด 122

ทำไงให้ แบตเตอรี่ BB ประหยัด หว้า ?  


กระแสแบล็คเบอรี่ (BlackBerry) สุดฮ็อตแห่งยุคกำลังอินสุดสุดเอไอเอส โดย สมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส เอาใจสาวก BB ด้วยการจัดเวิร์กช็อป "AIS BlackBerry Day" รวมพลคนรักแบล็คเบอรี่ ร่วมอัพเดตทริกการใช้งาน BB คู่กาย โดยกูรูเชี่ยวชาญ ที่โรงแรมพูลแมน เมื่อเร็วๆ นี้ ... เราสรุปย่อๆ ไว้ให้อ่านกันแล้ว

แนะนำข้อปฏิบัติง่ายๆ เพื่อการประหยัดแบตเตอรี่ ได้แก่ เรื่องของไฟแบ๊คไลท์สามารถช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้ถึง 40% โดยตั้งค่าปรับลดความสว่างลง-ให้หมดระยะเร็วขึ้น-หรี่ลงแบบ อัตโนมัติ และปิดสัญลักษณ์แสดงความครอบคลุมไฟ LED ทั้งควรตั้งค่า ปิดเสียงปุ่มกด, ปิดเสียงหมุนบอล, ลดจำนวนครั้งของเสียงเตือน, ลดจำนวนครั้งของการสั่น เพื่อช่วยยืดการชาร์จไฟได้ จากทุกวันเป็น 2-3 วัน/สัปดาห์ หรือคนที่ไม่ค่อยได้ใช้งานก็อาจใช้ได้นานถึงหนึ่งสัปดาห์
บางคนที่ใช้ BB อาจจะมีปัญหาเครื่องช้าอยู่บ่อยๆ แก้ไขได้โดย เลือกลบแอพพลิเคชั่นที่ไม่รู้จัก หรือไม่ได้ใช้งานออกไปก่อน อย่าเสียดาย เพราะการเพิ่มแอพลิเคชั่นใหม่ๆ เข้าไปนั้นทำได้ง่ายหลายวิธี หลังจากลบแล้วควร Reboot เครื่องใหม่ทุกครั้ง เพื่อให้เครื่องจัดการเคลียร์ขยะที่ตกค้างออกไป หลังจากการใช้งานเบราเซอร์ หรืออินเตอร์เน็ตแล้ว หลายคนกดปุ่มวางสายทันทีเพื่อออก ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด เพราะระบบยังทำงานอยู่ วิธีที่ถูกจึงควรกดที่ Menu และ Close ก่อนทุกครั้ง ซึ่งเครื่อง BB มีการบันทึกทุกอย่างที่ใช้งาน จึงต้อง Clear Log หรือลบประวัติการใช้งาน โดยกด Alt ค้างไว้ และกด LG จนกว่า List ทั้งหมดขึ้นมาและ Delete ทิ้งทั้งหมด วิธีนี้มีส่วนช่วยให้เครื่องเร็วขึ้น ส่วน Short Cut ช่วยให้สะดวกรวดเร็ว ใช้บ่อยก็เช่น คุณสาวๆ ที่พกไว้ในกระเป๋าสะพายสามารถล็อคปุ่มกดง่ายๆ ด้วยการกด A ค้างไว้ หรืออยากแสดง Pin ของเครื่องไว้แลกกับคนอื่นได้อย่างรวดเร็วก็ให้กด Alt + Shift + H หรือระหว่างการพิมพ์ 2 ภาษา ก็สามารถกด Alt + Enter เพื่อเลือกภาษาได้ง่ายดาย หรือ Restart เครื่อง ด้วยการกด Alt + Shift + Delete เป็นต้น
10 เทคนิคไม่ให้แบตเตอรี่ BB หมดเร็ว

1.ที่ www.facebook.com/BlackBerryAIS ลดความสว่างของไฟแบ๊คไลท์โดยเข้าผ่านเมนู Options > Screen/Keyboard > Backlight Brightness > 10

2.ลดไฟแบ๊คไลท์หมดระยะเวลาโดยเข้าผ่านเมนู Options > Screen/Keyboard > Backlight timeout -> 20sec

3.เปิดไฟแบ๊คไลท์หรี่ลงโดยอัตโนมัติโดยเข้าผ่านเมนู Options > Screen/Keyboard > Auto Dim Backlight > ON

4.ปิดสัญลักษณ์แสดงความครอบคลุม LED โดยเข้าผ่านเมนู Options > Screen/Keyboard > LED coverage indicator > OFF

5.ปิดเสียงปุ่มกดโดยเข้าผ่านเมนู Options > Screen/Keyboard > Key tone > OFF

6.ปิดเสียงหมุนบอลโดยเข้าผ่านเมนู Options > Screen/Keyboard > Audible roll > OFF

7.ปิดไม่สั่น+เสียงนอกซองหนังของ Phone, SMS, MMS, BBM, E-Mail, Browser, Task โดยเข้าเมนู Profiles > Advanced > (Active) > Out of Holster > OFF

8.ลดจำนวนเสียงบี๊บนอกซองหนังของ Phone, SMS, MMS, BBM, E-Mail, Browser, Task .. เข้าเมนู Profiles > Advanced > (Active) > Number of Beeps > 1

9.ลดจำนวนครั้งที่สั่นนอกซองหนังของ Phone, SMS, MMS, BBM, E-Mail, Browser, Task ?เข้าเมนู Profiles > Advanced > (Active) > Number of Vibrations > 1

10.ลดจำนวนเสียงบี๊บในซองหนังของ Phone, SMS, MMS, BBM, E-Mail, Browser, Task ?เข้าเมนู Profiles > Advanced > (Active) > Number of Beeps > 1

By TakEoVerTheWord

Ovi คืออะไร ?  




ระยะหลังมานี้ถ้าเราพูดถึงโทรศัพท์โนเกีย เราจะได้ยินคำว่า Ovi บ่อยมาก เพื่อนๆ หลายคนคงจะสงสัยว่าเจ้า Ovi นี่คืออะไร? เพื่อเป็นการไขข้อสงสัย วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ Ovi กันค่ะ
Ovi (อ่านว่าโอวี่) มาจากภาษาฟินนิช (ภาษาประจำชาติฟินแลนด์) แปลว่า ประตูค่ะ เอ..หลายๆ คนคงจะสงสัยแล้วนะค่ะ ว่าแล้วเจ้าประตู Ovi นี่จะพาเราไปไหนกัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ง่ายขึ้น เพื่อนๆ ลองเข้าไปที่ http://www.ovi.com แล้วจะเห็นหน้าตาของ OVI ที่ว่านี้ค่ะ ภายในเวป Ovi จะมีบริการต่างๆ มากมาย ตั้งแต่เรื่องของ Files, Sync, Mail, Store, Maps รวมถึง N-Gage (ซึ่งเราจะได้รู้จักบริการแต่ละอย่างแบบละเอียดในพาร์ทต่อๆ ไป)


เมื่อ มองจากหน้าเวปคร่าวๆ ก็สามารถสรุปได้ว่า Ovi ก็คือ บริการรูปแบบหนึ่งซึ่งจะเชื่อมต่อระหว่างมือถือโนเกียหรือเครื่องพีซีของคุณ กับบริการของ Ovi ไม่ว่าจะเป็นการดาวน์โหลด การอัพเดทข้อมูลต่างๆ การรับส่งเมล์ การใช้แผนที่ การแบ็คอัพข้อมูล เป็นต้น ยกตัวอย่างเพิ่มเติม เช่น บริการ Ovi Sync จะทำให้คุณไม่ต้องนั่งเอาสาย Sync ไปเชื่อมต่อเพื่อดาวน์โหลดข้อมูลหากันแล้ว เพียงแค่คุณกดอัพเดทบนเครื่องมือถือของคุณ ข้อมูล ทุกอย่างก็จะ Sync กันได้โดยอัตโนมัติ หรือไม่ว่าจะเป็นบริการ Share Online ที่ปัจจุบันนี้วัยรุ่นวัยเราฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง Ovi เค้าใจดีให้พื้นที่ไม่จำกัด ที่สำคัญบริการ Share Online ของ Ovi นั้นสามารถทำผ่านมือถือโนเกียได้เลยทันที ไม่จำเป็นต้องนำรูปเข้าเครื่องพีซีก่อน แล้วค่อยดาวน์โหลด ข้อดีอีกข้อหนึ่งของ Ovi Share online ก็คือ เรื่องของการแชร์ไฟล์ภาพขนาดใหญ่ได้ ถ้าดูรูปเพื่อนแล้วรูปไหนถูกใจก็ดึงไฟล์มาใช้ได้เลย
สนุกกับ Ovi ทันที เมื่อคุณมี account โนเกีย

เมื่อ เปิดหน้าแรกของเวปมา ทางโนเกียจะแนะนำให้เรามี account ของโนเกียก่อน เพื่อง่ายต่อการใช้บริการในลำดับต่อๆไป ซึ่งการสมัคร account นี้ง่ายมาก มีเพียง 3 ขั้นตอนเท่านั้น ที่สำคัญคือ..ฟรี..ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แค่เท่านี้คุณก็จะสามารถใช้บริการ Ovi ได้แล้ว

เป็น อย่างไรกันบ้างค่ะ น่าจะพอรู้จักกับ Ovi กันบ้างแล้ว แต่จริงๆ แล้วอยากจะบอกว่า Ovi นี้มีบริการอีกมากมายที่รอให้พวกเราไปสัมผัส ซึ่งในเมื่อตอนนี้คุณมี account โนเกียเรียบร้อยแล้ว ในตอนหน้าเราจะพาคุณก้าวเข้าไปค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านประตู Ovi นี้ด้วยกัน ว่าใน Ovi นี้จะมีอะไรใหม่ๆ ให้พวกเราได้อินเทรนด์กันบ้าง ^^”

By TakEoVerTheWorD

"Dictionary IT"



ADSL Asymmetric Digital Subscriber Line
หมายถึง เทคโนโลยีหนึ่งใช้ในการรับส่งข้อมูลความเร็วสูง ผ่านทางสายโทรศัพท์

ASP Active Server Page
หมายถึง ภาษาหนึ่งในการพัฒนาเว็บในรูปแบบที่สามารถโต้ตอบกันได้ และเชื่อมกับระบบฐานข้อมูล ซึ่งพัฒนาโดย
Microsoft

CDMA Code Division Multiple Access
หมายถึง อีกรูปแบบหนึ่งในการรับส่งข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยมีความเร็วใน
การรับส่งข้อมูล 153 kpbs

CGI Common Gateway Interface
หมายถึง การเชื่อมข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตที่ไม่ได้ใช้มาตรฐานสื่อสารHTTP เช่นการเขียน FORM ในการกรอบข้อมูลเป็นต้น สำหรับภาษาที่ใช้เขียน CGI ได้แก่ Perl หรือ C

EDP Electronic DataProcessing
หมายถึง ประมวลผลข้อมูลทางด้านอิเล็กทรอนิสก์

DSS Digital Signature Standard
หมายถึง มาตรฐานการสร้างรหัสเพื่อยืนยันตัวผู้ส่งข้อมูล โดยมีประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้กำหนดขึ้น เพื่อให้ทราบว่าข้อมูลนั้นถูกส่งมาจากใคร โดยผู้อื่นไม่สามารถปลอมแปลงได้

DSS Digital Signature Standard
มาตราฐานการสร้างรหัสเพื่อยืนยันตัวผู้ส่งข้อมูล โดยมีประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้กำหนดขึ้น เพื่อให้ทราบว่าข้อมูลนั้นถูกส่งมาจากใคร โดยผู้อื่นไม่สามารถปลอมแปลงได้

DHCP Dynamic Host Configuration Protocol
มาตราฐานการสื่อสารประเภทหนึ่ง (Protocol) ทำหน้าที่ในการแจกจ่ายไอพี แอดเดรสและพารามิเตอร์ในระบบเครือข่าย

DNS Domain Name Server
หมายถึง ชื่อเว็บไซต์

D-I-Y Do It Yourself
คำย่อ ที่หมายถึง ทำด้วยตัวเอง เช่นการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเอง เป็นต้น

EDGE Enhanced Data Rates for Global Evolution
เทคโนโลยีระดับ G3 ตามมาตราฐานโลก ใช้สำหรับรับส่งข้อมูลแบบไร้สาย ในระบบ GSM มีอัตราการรับส่งข้อมูลถึง 236 kbps
FTP File Transfer Protocol
มาตราฐานการสื่อสารประเภทหนึ่งในระบบเครือข่าย ใช้สำหรับการโอนย้ายข้อมูล
GPRS General Packet Radio Service
ระบบการสื่อสารไร้สาย (wireless) ที่สามารถรับ-ส่งข้อมูลด้วความเร็วสูง แต่ช้ากว่า EDGE 4 เท่า
HTML Hyper Text Markup Language
ภาษามาตราฐานสำหรับการสร้างเว็บ เป็นภาษาที่บราวเซอร์เข้าใจ
HTTP Hyper Text Transfer Protocol
มาตราฐานการสื่อสารในระบบเครือข่ายประเภทหนึ่ง ใช้สำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเซิร์ฟเวอร์และไคลแอนด์
IIS Ineternet Information Server
โปรแกรมที่ใช้สำหรับทำหน้าที่เป็นเซอร์เวอร์ของอินเตอร์เน็ต
ISP Internet Service Provider
บริษัทที่ให้บริการ Internet (การเชื่อมต่อ)
I.T. Information Technology
ข้อมูลทางด้านสาระสนเทศ
IE Internet Explorer
โปรแกรมสำหรับแสดงข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต หรือที่เรียกว่า Browser จากค่าย Microsfot
IMAP4 Internet Message Access Protocol 4
มาตราฐานการสื่อสารในการรับส่งเมล์ อีกประเภทหนึ่ง มีความสามารถหลากหลายมากว่า POP เช่น รองรับการใช้งานแบบ Offline, o­nline สามารถเลือก download เมล์ที่ต้องการได้ เป็นต้น
LAN Local Are Network
ระบบเครือข่ายขนาดเล็ก ภายในองค์กร

MIMO Multiple in, multiple out
เทคโนโลยีการส่งข้อมูลที่สามารถเพิ่มช่องส่งสัญญาณและพื้นที่ได้โดยใช้เสาอากาศหลายๆ ตัว (Wireless Technology)

NAS Network Attached Storage
อุปกรณ์ในการจัดเก็บข้อมูล โปรแกรม ที่ใช้เป็นศูนย์กลางผ่านทางระบบเครือข่าย

NAT Network Address Translation
การแปลงไอพี แอดเดรสแท้ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต มาเป็นไอพีปลอมในระบบเครือข่ายของเรา หรือในทางกลับกัน

OS Operation System
ระบบปฏิบัติการ เช่น Windows, Linux เป็นต้น

PDA Portable Digital Assistant
อุปกรณ์ที่มีขนาดเล็กกว่า Notebook แต่มีความสามารถใกล้เคียง สามารถพกพาไปไหนได้สะดวก

POP3 Post Office Protocol
มาตราฐานการสื่อสารประเภทหนึ่ง ใช้สำหรับรับส่งเมล์ และมีการพัฒนาถึงเวอร์ชั่น 3

PPP Point to Point Protocol
มาตราฐานการสื่อสารประเภทหนึ่ง ใช้สำหรับการรวบข้อมูล แล้วส่งออกไปทางพอร์ตอนุกรม เพื่อให้คอมพิวเตอร์สองระบบสามารถสื่อสารกันได้ คล้ายๆ กับ

SLIP

RAS Remote Access Server
บริการการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ระยะไกล เช่น การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์จากบ้านมายังสำนักงาน เป็นต้น

SAN Storage Area Network
ระบบเครือข่ายการจัดเก็บข้อมูลด้วยความเร็วสูง รองรับการบันทึกข้อมูลด้วยสื่อหลายประเภท

SET Secure Electronic Transaction
มาตราฐานการส่งข้อมูลชำระเงินทางบัตรเครดิต ผ่านทางระบบเครือข่าย โดยมีการเข้ารหัสในรูปแบบ Digital Signature

SLIP Serial Line Internet Protocol
มาตราฐานการสื่อสารประเภทหนึ่ง ใช้สำหรับส่งข้อมูล TCP/IP ผ่านทางพอร์ตอนุกรม โดยบริษัท 3COM เป็นผู้คิดค้น

SMTP Simple Mail Transfer Protocol
ระบบ mail ที่ใช้สำหรับการส่งออก มีความหมายตรงข้ามกับ Incoming Mail

SSL Secure Socket Layer
มาตราฐานการรับส่งข้อมูลผานอินเตอร์เน็ต เพื่อสร้างระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

TCP/IP Transmission Control Protocol / Internet Protocal
มาตราฐานสื่อสารที่ใช้ในการรับส่งข้อมูลทางเครือข่าย

URL Uniform Resource Locator
ตำแหน่งที่อยู่ของเว็บ ตลอดจนที่เก็บไฟล์

USB Universal Serial Bus
ช่องทางการสื่อสาร (port) ในอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ ที่มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงมาก

UTP Unshielded Twisted Pair
สายแลนประเภทหนึ่ง ที่มีการตีเกลียวคู่ 4 คู่ภายในเส้นเดียวกัน ใช้สำหรับรับ-ส่งข้อมูลภายในเครือข่าย

VB Visual Basic
ภาษาหนึ่งในการพัฒนาโปรแกรมทางด้านคอมพิวเตอร์

VPN Virtual Private Network
การเชื่อมต่อผ่าน internet โดยมีการเข้ารหัสข้อมูลทั้งต้นทางและปลายทาง

WAN Wide Area Network
ระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ เชื่อมต่อภายในและภายนอกองค์กร

WAP Wireless Application Protocol
มาตราฐานการสื่อสารเชื่อมต่ออุปกรณ์ไร้สาย เข้ากับเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

WiMax Worldwide Interoperability for Microwave Access
มาตราฐานการสื่อสารเชื่อมต่ออุปกรณ์ไร้สาย ที่ใช้มาตราฐาน IEEE 802.16




Taysuza 138